ในช่วงที่ธุรกิจหรือชีวิตส่วนตัวต้องการเงินก้อนแบบเร่งด่วน ไม่ว่าจะเพื่อนำไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ลงทุนโครงการใหม่ หรือแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ปัญหาสภาพคล่อง การนำขายฝากที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมาแลกเป็นเงินก้อน คือทางเลือกที่ให้คุณเข้าถึงเงินได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากแบบสินเชื่อทั่วไป อีกทั้งยังได้วงเงินสูง และดอกเบี้ยมักต่ำกว่าการกู้ยืมประเภทอื่น

การขายฝากคือการขายทรัพย์โดยมีข้อตกลงให้ซื้อคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งใช้ได้กับทั้งที่ดินเปล่า บ้าน คอนโด และอาคารพาณิชย์ แต่แต่ละประเภททรัพย์มีเงื่อนไขการประเมินและเอกสารสิทธิ์ที่ต่างกัน บทความนี้จะอธิบายว่า ขายฝากที่ดินคืออะไร ต่างจากขายฝากบ้านและคอนโดตรงไหน สัญญาขายฝากต้องมีอะไรบ้างตามกฎหมาย และมีข้อดีกับข้อควรระวังอะไรที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ขายฝากที่ดินคืออะไร ต่างจากขายฝากบ้านและคอนโดอย่างไร

ขายฝากที่ดินคือการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ผู้รับซื้อฝากเพื่อแลกกับเงินก้อน โดยผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ที่ดินคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในสัญญา หลักการเหมือนขายฝากบ้านและคอนโดทุกประการ แต่ต่างกันในทางปฏิบัติสามเรื่องสำคัญ

  1. เอกสารสิทธิ์เป็นตัวตัดสินว่าขายฝากได้หรือไม่

ที่ดินในประเทศไทยมีเอกสารสิทธิ์หลายประเภท และไม่ใช่ทุกประเภทที่นำมาขายฝากที่ดินได้

เอกสารสิทธิ์ สิทธิที่ถือ นำมาขายฝากได้หรือไม่
โฉนดที่ดิน (น.ส.4 / น.ส.4 จ.) ครุฑแดง กรรมสิทธิ์เต็ม ได้ เป็นประเภทที่ผู้รับซื้อฝากส่วนใหญ่รับ
หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) กรรมสิทธิ์ห้องชุด ได้
น.ส.3 ก. ครุฑเขียว สิทธิครอบครอง ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับผู้รับซื้อฝาก หลายรายไม่รับ
ส.ป.ก. 4-01 ครุฑแดง สิทธิเข้าทำประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น ไม่ได้ กฎหมายห้ามซื้อขาย โอน และจำนอง
โฉนดเพื่อการเกษตร ครุฑเขียว สิทธิทำประโยชน์ที่ยกระดับมาจาก ส.ป.ก. 4-01 ยังไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ไม่ได้ ห้ามซื้อขายใน 5 ปีแรก และหลังจากนั้นโอนได้เฉพาะตามเงื่อนไขที่ ส.ป.ก. กำหนด

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ ส.ป.ก. 4-01 ใช้ตราครุฑสีแดงเหมือนโฉนด น.ส.4 จ. ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโฉนด แต่ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เอกสารนี้ให้เพียงสิทธิเข้าทำประโยชน์ ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้

อีกจุดที่สับสนง่ายไม่แพ้กันคือโฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นเอกสารที่รัฐเริ่มทยอยเปลี่ยนจาก ส.ป.ก. 4-01 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 แม้จะมีคำว่าโฉนดอยู่ในชื่อ แต่ยังไม่ใช่โฉนดที่แสดงกรรมสิทธิ์ และใช้ตราครุฑสีเขียวเหมือน น.ส.3 ก. จึงถูกเข้าใจสลับกันบ่อย เงื่อนไขคือห้ามซื้อขายภายใน 5 ปีแรกนับจากวันที่ได้รับโฉนด และเมื่อพ้นกำหนดแล้วก็โอนได้เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนดเท่านั้น จึงนำมาทำสัญญาขายฝากไม่ได้

  1. การประเมินราคาซับซ้อนกว่า

คอนโดและบ้านจัดสรรมีราคาซื้อขายในตลาดให้เทียบเคียงได้ชัดเจน แต่ที่ดินเปล่าต้องดูทำเล ผังเมือง ขนาดแปลง รูปแปลง และที่สำคัญคือทางเข้าออก ที่ดินตาบอดที่ไม่มีทางสาธารณะเข้าถึงมักได้วงเงินต่ำกว่าราคาประเมินมาก หรือถูกปฏิเสธ

  1. ที่ดินเกษตรกรรมได้รับความคุ้มครองพิเศษ

หากเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา จะอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งให้ความคุ้มครองเข้มกว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น กำหนดเวลาไถ่ขั้นต่ำ 1 ปี และสิทธิอยู่อาศัยระหว่างสัญญา ส่วนกรณีที่ผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล หรือทรัพย์เป็นอาคารพาณิชย์หรือโกดัง จะใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แทน ซึ่งไม่มีเวลาขั้นต่ำ 1 ปี แต่ยังคงกำหนดเวลาไถ่อสังหาริมทรัพย์ไว้ไม่เกิน 10 ปี และยังคุมสินไถ่ไว้ไม่เกิน 15% ต่อปีเช่นเดียวกัน

สัญญาขายฝากคืออะไร ? 

สัญญาขายฝาก คือ การขายทรัพย์สินให้ผู้รับซื้อฝาก เช่น บริษัทปล่อยกู้ โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายสามารถซื้อทรัพย์กลับคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ซึ่งแตกต่างจากการขายขาดที่ทรัพย์จะถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อทันที ไม่สามารถซื้อคืนได้  

ประเภทของทรัพย์สินที่สามารถขายฝากได้ 

  • บ้านเดี่ยว
  • คอนโดมิเนียม
  • อาคารพาณิชย์
  • ที่ดินว่าง
  • สำนักงาน หรือโกดัง 

  เงื่อนไขโดยทั่วไปของการขายฝาก 

  • ผู้ขายฝากต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อฝากทันทีเมื่อทำสัญญา และต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินและจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
  • กำหนดระยะเวลาซื้อคืน เช่น 1 ปี หรือ 3 ปี
  • ผู้ขายยังสามารถอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินได้ตามข้อตกลง
  • เมื่อครบกำหนด หากไม่ซื้อคืน ทรัพย์สินจะเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที
  • ดอกเบี้ยในการขายฝาก กฎหมายกำหนดไว้สูงสุด 15% ต่อปี 

ข้อดีและข้อควรระวังในการขายฝากบ้านและคอนโด

หากมองโดยทั่วไป การขายฝากคือการขอสินเชื่อรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ซึ่งช่วยให้ได้เงินก้อนใหญ่ขึ้น และจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่สูงมาก เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ขายนั่นเอง แต่ที่จริงแล้ว การขายฝากไม่ใช่รูปแบบการขอสินเชื่อแบบดั้งเดิม และมีความเสี่ยงในการเสียสิทธิในทรัพย์สินแบบถาวร ดังนั้น ผู้ขายฝากจึงต้องรู้ว่าการขายฝากบ้านและคอนโดมีข้อดีและข้อควรระวังอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจ

ข้อดี 

  • ได้เงินเร็ว เมื่ออนุมัติจะได้เงินก้อนทันทีภายในไม่กี่วัน
  • ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโรหรือรายได้เหมือนการขอสินเชื่อทั่วไป
  • ยังมีสิทธิในทรัพย์สิน ไม่ต้องขายขาดยังสามารถซื้อทรัพย์คืนได้ภายในเวลา
  • เหมาะกับผู้ที่มีทรัพย์แต่ต้องการเงินหมุน

ข้อควรระวัง 

  • หากเลยกำหนดซื้อคืนจะเสียสิทธิในทรัพย์สินทันที ไม่จำเป็นต้องฟ้องร้อง
  • ต้องตรวจสอบรายละเอียดในสัญญา เช่น ค่าปรับ กำหนดวันครบกำหนดการไถ่ถอน และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
  • เลือกผู้รับซื้อฝากที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบทางกฎหมาย

วิธีขายฝากบ้านและคอนโด 

สำหรับการขายฝากบ้านและคอนโดมีขั้นตอนในการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ 

  1. ประเมินมูลค่าทรัพย์ โดยตรวจสอบราคาตลาดของทรัพย์และวงเงินที่ต้องการ
  2. เลือกผู้ให้บริการ พิจารณาจากชื่อเสียง ใบอนุญาต อัตราดอกเบี้ย และความโปร่งใส
  3. เตรียมเอกสาร เช่น สำเนาโฉนด บัตรประชาชน เอกสารรายได้ 
  4. ทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดิน มีผลทางกฎหมายทันที
  5. รับเงินก้อน ภายใน 1-3 วันหลังจบขั้นตอน

การขายฝากแตกต่างจากการจำนองและขายขาดอย่างไร ? 

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการที่กำลังมองหาเงินทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าระหว่างการขายฝาก การจำนอง หรือการขายขาด แบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งมีความแตกต่างกันในประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้  

ประเด็นที่ควรพิจารณา การขายฝากบ้านและคอนโด การจำนอง การขายขาด
ลักษณะทั่วไป การขายทรัพย์พร้อมข้อตกลงให้ผู้ขายสามารถซื้อทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา การใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันเงินกู้ ทรัพย์ยังเป็นของเจ้าของเดิม การขายทรัพย์กรรมสิทธิ์เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อทันที ไม่สามารถขอคืนได้
กรรมสิทธิ์ โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันทีหลังจดทะเบียน ยังเป็นของผู้จำนอง (เจ้าของเดิม) โอนให้ผู้ซื้อทันที ไม่มีสิทธิได้กลับคืน
การใช้ประโยชน์จากทรัพย์ สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามข้อตกลงในสัญญา สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ ไม่มีสิทธิในทรัพย์อีกต่อไป
โอกาสไถ่คืน มีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่ตกลง หากพ้นกำหนด ทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อฝาก ชำระหนี้ครบ ทรัพย์จะหลุดจากการจำนองและยังเป็นของเจ้าของเดิม ไม่มีสิทธิซื้อคืนอีก
การพิจารณาอนุมัติ ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่เน้นรายได้ประจำ เหมาะกับผู้มีทรัพย์แต่ขาดสภาพคล่อง ตรวจเครดิตบูโร รายได้ ความสามารถชำระหนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อพิจารณา ไม่ใช่สินเชื่อ
การได้รับเงิน เมื่ออนุมัติแล้ว ได้รับเงินเร็วภายใน 1-3 วันหลังทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ ใช้เวลาพิจารณา 5-15 วันทำการ แล้วแต่ธนาคาร ได้เงินเมื่อผู้ซื้อชำระครบตามราคาตกลง
ดอกเบี้ย มีดอกเบี้ยตามที่ระบุในสัญญา กฎหมายกำหนดไม่เกิน 15% ต่อปี มีดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของธนาคารหรือผู้ให้กู้ ไม่มีดอกเบี้ย (เป็นการซื้อขาย ไม่ใช่สินเชื่อ)
เอกสารและขั้นตอน ต้องทำสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ทันที ต้องมีหลักฐานการกู้ เอกสารแสดงรายได้ ประเมินทรัพย์ ทำสัญญากับธนาคาร ทำสัญญาซื้อขายทั่วไป และโอนกรรมสิทธิ์
ความเสี่ยง หากพลาดกำหนดไถ่ถอน ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยถาวร หากผิดนัดชำระหนี้ อาจถูกยึดทรัพย์ตามกระบวนการบังคับคดีของศาล ขายขาดทันที ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ
เหมาะกับใคร ผู้มีทรัพย์ต้องการเงินด่วน ไม่ต้องการขายขาด และไม่อยากกังวลกับเงื่อนไขสินเชื่อแบบปกติ ผู้ที่มีรายได้มั่นคง และต้องการใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันเพื่อกู้เงิน ผู้ที่ต้องการขายทรัพย์ออกไปถาวร หรือต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดโดยไม่คิดซื้อคืน

ขายฝากกับใครดี ? 

สำหรับผู้ที่ต้องการขายฝาก แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกผู้ให้บริการแบบไหน ถึงจะลดความเสี่ยงจากการหลงเชื่อผู้รับซื้อฝากที่ไม่โปร่งใส หรือมีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ขอแนะนำให้พิจารณาผู้รับซื้อฝากในประเด็นดังต่อไปนี้ 

1. ตรวจสอบประวัติและชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงใบอนุญาต  

ตรวจสอบว่าเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่อยู่สำนักงานจริงที่สามารถติดต่อได้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เว็บไซต์หรือเพจออนไลน์เท่านั้น และควรมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อ รวมถึงการดูข้อมูลรีวิวจากลูกค้าเดิม เพื่อประกอบการตัดสินใจ 

2. เปรียบเทียบข้อเสนอและอัตราดอกเบี้ย 

อันดับแรก ควรตรวจสอบว่าดอกเบี้ยที่เรียกเก็บอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด และเปรียบเทียบวงเงินที่เสนอว่าให้ตามราคาประเมินจริงหรือไม่ สุดท้าย ควรดูว่ามีค่าธรรมเนียมแฝงหรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีและปลอดภัยที่สุด 

3. มีความน่าเชื่อถือ และไม่มีประวัติฉ้อโกง 

 ตรวจสอบประวัติการให้บริการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาททางกฎหมายหรือรีวิวเชิงลบ และไม่ควรด่วนตัดสินใจ เพราะอาจจะทำให้โดนหลอกได้ 

4. สัญญาเป็นธรรม และมีการระบุรายละเอียดต่าง ๆ อย่างชัดเจน 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ย ระยะเวลาในการไถ่ถอน เงื่อนไขการใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน และค่าธรรมเนียม รวมถึงการทำสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินและจดทะเบียนอย่างถูกต้อง 

สัญญาขายฝากที่ดินต้องมีอะไรบ้าง 

สัญญาขายฝากที่มีผลตามกฎหมายต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน หากไม่จดทะเบียน สัญญานั้นตกเป็นโมฆะทั้งฉบับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ประกอบมาตรา 491 ไม่ว่าจะเซ็นกันกี่คนหรือมีพยานกี่ราย

รายการที่กฎหมายบังคับให้มีอย่างน้อย 5 ข้อ

  1. ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
  2. รายการและลักษณะของทรัพย์สินที่ขายฝาก เช่น เลขโฉนด เลขที่ดิน ตำบล อำเภอ เนื้อที่
  3. ราคาที่ขายฝาก คือจำนวนเงินที่ผู้ขายฝากได้รับจริง
  4. จำนวนสินไถ่ คือจำนวนเงินที่ต้องนำมาชำระเพื่อเอาที่ดินคืน
  5. วันที่ขายฝากและวันครบกำหนดไถ่

เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดกรอบไว้

  • สินไถ่ กำหนดสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ต่อปี นับจากวันขายฝากถึงวันครบกำหนดไถ่
  • ระยะเวลา ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี หากเขียนต่ำกว่า 1 ปี กฎหมายให้ถือว่ามีกำหนด 1 ปี และหากขยายเวลาภายหลัง เมื่อรวมกับสัญญาเดิมต้องไม่เกิน 10 ปี
  • การไถ่ก่อนกำหนด ทำได้เสมอ โดยลดสินไถ่ส่วนที่เกินราคาขายฝากตามสัดส่วนเวลาที่ลดลง ผู้รับซื้อฝากเรียกค่าเสียโอกาสได้ไม่เกิน 2% ต่อปีของราคาขายฝาก
  • หนังสือแจ้งเตือน ผู้รับซื้อฝากต้องแจ้งกำหนดไถ่และจำนวนสินไถ่เป็นหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมแนบสำเนาสัญญา หากไม่แจ้ง ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้อีก 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดเดิม

ข้อตกลงที่ใส่ในสัญญาไม่ได้ เพราะเป็นโมฆะ

สำหรับที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา ข้อตกลงใดที่ขัดกับกฎหมายฉบับนี้เป็นโมฆะ ไม่ว่าจะเขียนไว้ในสัญญาหรือแยกทำเป็นเอกสารต่างหาก ตัวอย่างที่พบบ่อย

  • กำหนดวันครบกำหนดไถ่เพียง 3 เดือนหรือ 6 เดือน
  • ตั้งสินไถ่ที่คำนวณกลับแล้วเกิน 15% ต่อปี
  • บังคับให้ผู้ขายฝากจ่ายค่าเช่าเพื่ออยู่ในบ้านหรือใช้ที่ดินของตัวเองระหว่างสัญญา
  • ให้ผู้ขายฝากเซ็นใบมอบอำนาจเปล่าหรือหนังสือสละสิทธิไถ่ล่วงหน้า

ข้อควรเข้าใจให้ตรงกันคือ คำว่าโมฆะในที่นี้หมายถึงข้อตกลงเฉพาะข้อนั้นใช้บังคับไม่ได้ ไม่ได้ทำให้สัญญาขายฝากทั้งฉบับเสียไป ผู้ขายฝากจึงยังมีหน้าที่ไปไถ่ทรัพย์ภายในกำหนดอยู่ดี เช่น หากตั้งสินไถ่ไว้เกิน 15% ต่อปี ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ในอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ใช่ว่าไม่ต้องไปไถ่

หากต้องการเช็กลิสต์ตรวจสอบสัญญาแบบละเอียดทีละข้อก่อนลงชื่อ อ่านต่อได้ที่บทความ [ลิงก์ไปหัวข้อที่ 1 — ขายฝากที่ดิน vs จำนอง vs รับซื้อฝากกับนายทุน] 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาขายฝาก

สัญญาขายฝากคืออะไร ต่างจากสัญญาจำนองอย่างไร

สัญญาขายฝากคือสัญญาซื้อขายที่โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน โดยผู้ขายมีสิทธิไถ่คืนภายในกำหนด ส่วนสัญญาจำนองไม่โอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินยังเป็นชื่อเจ้าของเดิม และเจ้าหนี้ต้องฟ้องศาลก่อนบังคับขายทอดตลาด

สัญญาขายฝากที่ไม่ได้จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน มีผลไหม

ไม่มีผล การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ประกอบมาตรา 491 ผู้ขายฝากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายขายฝากเลย

ขายฝากที่ดินได้วงเงินเท่าไร

โดยทั่วไปคิดจากราคาประเมินของทรัพย์ ไม่ได้ดูจากรายได้หรือเครดิตบูโรของผู้ขายฝาก ที่ดินที่มีทางเข้าออกชัดเจนและอยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูงจะได้วงเงินสูงกว่า

ที่ดิน ส.ป.ก. นำมาขายฝากได้หรือไม่

ไม่ได้ ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ให้เพียงสิทธิเข้าทำประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม กฎหมายห้ามซื้อขาย โอน และจำนอง จึงนำมาทำสัญญาขายฝากไม่ได้


ขายฝากบ้านและคอนโดกับ Funding Societies ปลอดภัย ได้ราคาดี 

หากคุณกำลังมองหาทางออกทางการเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องขายทรัพย์สินทิ้ง การขายฝากบ้านและคอนโดกับ Funding Societies คือตัวเลือกที่ใช่ ด้วยขั้นตอนง่าย อนุมัติไว (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลักทรัพย์และเอกสาร) ทำให้คุณมีเงินก้อนพร้อมใช้งาน

✅ สมัครง่าย ขั้นตอนสะดวก กรอกแบบฟอร์มผ่านออนไลน์      

✅ ให้ราคาประเมินทรัพย์สูง ได้วงเงินมากกว่าหลายเจ้าในท้องตลาด

✅ บริการครบวงจร ตั้งแต่ประเมินทรัพย์ ทำสัญญา จนถึงโอนเงิน

✅ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1% ต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับทรัพย์และวงเงิน) ช่วยให้คุณบริหารต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น

✅ ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่ต้องมีรายได้ประจำ เหมาะกับเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ข้อมูลอ้างอิง 

หมายเหตุ

  1. ในประเทศไทย Funding Societies ดำเนินธุรกิจ 2 ส่วนที่ต่างกันคือ FS Siam Co., Ltd. เป็น Funding Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ FS Capital Co., Ltd. เชี่ยวชาญในการให้กู้ยืมโดยตรงแก่ธุรกิจขนาดเล็ก โครงสร้างนี้ช่วยให้ Funding Societies สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินที่หลากหลายภายในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เงื่อนไขเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา โปรดศึกษารายละเอียดก่อนใช้บริการ
  3. ขายฝากเป็นการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ เจ้าของมีสิทธิไถ่ภายในระยะเวลาที่ตกลง