คู่มือยื่นภาษีออนไลน์สำหรับธุรกิจ ทำอย่างไรหากยื่นภาษีไม่ครบ

การยื่นภาษีออนไลน์ต้องมีความรอบคอบในการกรอกข้อมูลและการยื่นภาษีอย่างตรงเวลา

คู่มือยื่นภาษีออนไลน์สำหรับธุรกิจและวิธีแก้ไขเมื่อยื่นไม่ครบ 

การยื่นภาษีออนไลน์อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการ SME หลายราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบออนไลน์มีการออกแบบมาเพื่อให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาด และสามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอดเวลา ในฐานะผู้ประกอบการ การเข้าใจระบบและขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต มาทำความรู้จักกับขั้นตอนและวิธีจัดการเมื่อเกิดปัญหาในการยื่นภาษีออนไลน์กัน

1. การเตรียมตัวก่อนยื่นภาษีออนไลน์

ขั้นตอนการลงทะเบียนในระบบ

ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารสำหรับลงทะเบียนให้พร้อม เริ่มจากการเข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เลือกเมนูลงทะเบียน e-Filing กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลธุรกิจให้ครบถ้วน จากนั้นรอรับรหัสผ่านทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ และหากเป็นนิติบุคคลจะต้องนำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตน

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมเพื่อยื่นภาษีออนไลน์สำหรับธุรกิจ ได้แก่

  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ 
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลอายุไม่เกิน 6 เดือน 
  • งบการเงินย้อนหลัง แบบ ภ.พ.01 (ถ้ามี) 
  • รายงานภาษีซื้อ-ขาย 
  • เอกสารการเงินอื่น ๆ เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่าย

การคำนวณภาษีเบื้องต้น

ในการคำนวณภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการจะต้องรวบรวมข้อมูลรายได้ทั้งหมดของกิจการ ทั้งรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่น ๆ หักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงค่าลดหย่อนต่าง ๆ เพื่อคำนวณเงินได้สุทธิและภาษีที่ต้องชำระ

2. วิธีการยื่นภาษีออนไลน์อย่างถูกต้อง 

2.1 การเข้าสู่ระบบ e-Filing

  • เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร 
  • เลือกระบบ e-Filing ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและรหัสผ่าน 
  • ระบบจะแสดงหน้าหลักที่มีเมนูต่าง ๆ ให้เลือกตามประเภทภาษีที่ต้องการยื่น

2.2 การกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

  • เลือกแบบฟอร์มที่ต้องการยื่น เช่น ภ.ง.ด.50 สำหรับนิติบุคคล 
  • กรอกข้อมูลในแต่ละช่องอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะตัวเลขทางการเงิน 
  • ระบบจะช่วยคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

2.3 การแนบเอกสารประกอบ

  • ควรแปลงเอกสารให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ที่ระบบกำหนด (PDF หรือ JPEG) ขนาดไม่เกินที่กำหนด 
  • แนบไฟล์ตามที่ระบบร้องขอ เช่น งบการเงิน รายงานการประชุม หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. เมื่อยื่นภาษีไม่ครบ ต้องทำอย่างไร ?

สาเหตุที่พบบ่อยของการยื่นภาษีไม่ครบ

สาเหตุที่พบบ่อยของการยื่นภาษีไม่ครบส่วนใหญ่เกิดจาก

  • การคำนวณผิดพลาด 
  • การลืมรวมรายได้บางรายการ 
  • การใช้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เข้าเกณฑ์ 
  • การแนบเอกสารไม่ครบถ้วน 

หรือในบางครั้งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีที่ผู้ประกอบการอาจไม่ทราบก็ได้เช่นกัน

ขั้นตอนการแก้ไขและบทลงโทษ

เมื่อพบข้อผิดพลาด ต้องรีบดำเนินการแก้ไขทันที โดยอาจยื่นแก้ไขเพิ่มเติมผ่านระบ e-Filing หรือติดต่อกรมสรรพากรเพื่อสอบถามเพิ่มเติมต่อไป 

หากแก้ไขภายในกำหนดเวลาอาจเสียเฉพาะเบี้ยปรับ แต่หากพ้นกำหนดจะมีทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยเบี้ยปรับอาจสูงถึง 100% ของภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ

วิธีการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมผ่านระบบ e-Filing

การยื่นแก้ไขเพิ่มเติมสามารถทำได้โดยเข้าระบบ e-Filing เลือกเมนูยื่นแบบเพิ่มเติม ระบุเหตุผลการแก้ไข และกรอกข้อมูลที่ถูกต้องและแนบเอกสารประกอบเพิ่มเติม 

หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงินและนำไปชำระที่ธนาคารหรือช่องทางที่กำหนดได้

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลสามารถยื่นภาษีออนไลน์ได้

4. ข้อควรระวังในการยื่นภาษีออนไลน์

การจัดเก็บเอกสารสำคัญ

ผู้ประกอบการควรจัดระบบการเก็บเอกสารทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัล โดยแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน เช่น เอกสารรายได้ ค่าใช้จ่าย ใบกำกับภาษี และเอกสารการนำส่งภาษี อีกทั้งยังควรสำรองข้อมูล (Backup) ไฟล์ดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอและเก็บในที่ปลอดภัย เพราะกรมสรรพากรมีสิทธิ์เรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี

การตรวจสอบความถูกต้อง

ก่อนกดส่งแบบภาษี ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างละเอียด โดยเฉพาะ

  • ตัวเลขทางการเงิน 
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ข้อมูลการติดต่อ 

โดยควรเปรียบเทียบข้อมูลกับเอกสารต้นฉบับและงบการเงิน รวมถึงตรวจสอบการคำนวณภาษีว่าถูกต้องตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และหากพบข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนส่ง

กำหนดการสำคัญที่ควรจดจำ

ผู้ประกอบการต้องทราบกำหนดเวลายื่นภาษีประเภทต่าง ๆ ได้แก่ 

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ต้องยื่นภายในเดือนกันยายน 
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี 
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป 
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 

โดยควรกำหนดการแจ้งเตือนในปฏิทินและเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดปัญหาการยื่นภาษีล่าช้า

5. ช่องทางสอบถามเพิ่มเติม

    • RD Intelligence Center (1161)
      ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไป ตรวจสอบสถานะการยื่นภาษี และขอคำแนะนำเบื้องต้นได้
    • สำนักงานสรรพากรพื้นที่
      เหมาะสำหรับการขอคำปรึกษาแบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะกรณีที่ซับซ้อนหรือต้องการยื่นเอกสารเพิ่มเติม
    • เว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th)
      มีข้อมูลครบถ้วน ทั้งคู่มือ คำถามที่พบบ่อย กฎหมายและประกาศใหม่ ๆ รวมถึงระบบ Chat Bot ที่ตอบคำถามอัตโนมัติ

การบริหารจัดการภาษีที่ดี เป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจที่มั่นคง และในฐานะผู้นำด้าน Fintech ในไทย Funding Societies พร้อมสนับสนุนธุรกิจของคุณในสองรูปแบบ ทั้งในฐานะแพลตฟอร์มการลงทุนชั้นนำที่เชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ประกอบการ และในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจที่ยืดหยุ่น เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตด้วย Business Term Loan วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เหมาะสำหรับการวางแผนภาษีและการขยายกิจการ อนุมัติเร็ว รู้ผลไว นอกจากนี้ เรายังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ SME ไทย ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของเราได้เลยวันนี้

ข้อมูลอ้างอิง 

  • ทำธุรกิจส่วนตัวยื่นภาษี แบบไหน. สืบค้นวันที่ 1 มกราคม 2568 จาก https://www.humansoft.co.th/th/blog/tax-for-business 
  • กำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี. สืบค้นวันที่ 1 มกราคม 2568 จาก https://www.rd.go.th/677.html 

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading