รู้รอบด้านเกี่ยวกับ ‘เลขประจำตัวผู้เสียภาษี’ ในที่เดียว
ในการเริ่มต้นธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี” คือหนึ่งในสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจและดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องยืนยันตัวตนของกิจการในทางราชการแล้ว ยังสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือของธุรกิจในสายตาคู่ค้า ลูกค้า และสถาบันการเงินต่าง ๆ อีกด้วย
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) คืออะไร ?
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Tax Identification Number (Tax ID) คือหมายเลขประจำตัว 13 หลัก ที่กรมสรรพากรออกให้แก่บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการระบุตัวตนของผู้เสียภาษีในการยื่นแบบภาษีประเภทต่าง ๆ รวมถึงการจัดทำเอกสารทางบัญชี การทำธุรกรรมทางการเงิน หรือธุรกรรมทางกฎหมาย กับหน่วยงานราชการและภาคเอกชน
สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล เลขประจำตัวผู้เสียภาษีนี้ถือเป็น “หมายเลขประจำตัวธุรกิจ” ที่ใช้ในการติดต่อกับภาครัฐ เป็นสิ่งที่ช่วยให้การดำเนินงานต่าง ๆ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมาย
ความสำคัญของเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับนิติบุคคล
แม้การเริ่มต้นธุรกิจจะมีหลายเรื่องต้องจัดการ แต่การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีคือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีความสำคัญหลายประการ ดังนี้
- ยืนยันตัวตนของกิจการตามกฎหมาย
เมื่อธุรกิจมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็เท่ากับมีสถานะทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ สามารถดำเนินกิจการในรูปแบบนิติบุคคลได้อย่างมั่นใจ - ใช้ในการออกใบกำกับภาษี และเอกสารทางบัญชี
การทำธุรกิจอย่างโปร่งใส จำเป็นต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายเอาไว้ด้วย - ใช้ยื่นแบบภาษีรายเดือนและรายปี
ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30), ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ก็ต้องใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีประกอบการยื่นทั้งสิ้น - สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่คู่ค้าและสถาบันการเงิน
การมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเป็นหนึ่งในหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีความเป็นทางการ และดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย - ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ หรือเปิดบัญชีธุรกิจ
ธนาคารหรือผู้ให้สินเชื่อส่วนใหญ่จะเช็กเลขประจําตัวผู้เสียภาษี เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อมูลก่อนอนุมัติวงเงินให้ธุรกิจ
ขั้นตอนการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (สำหรับนิติบุคคล)
การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับนิติบุคคลนั้น ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยสามารถดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ได้เลย
- จดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนให้เรียบร้อยก่อน - ยื่นคำร้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
หลังจากได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว ต้องยื่นคำร้องขอภายใน 60 วัน นับจากวันที่จดทะเบียน- สามารถยื่นได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของธุรกิจ
- ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรที่เว็บไซต์ http://www.rd.go.th
- เอกสารที่ต้องใช้
- แบบฟอร์มคำร้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (แบบ ภ.พ.01)
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
- แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ
เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเรียบร้อยแล้ว กรมสรรพากรจะออกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ภายในไม่กี่วัน
การใช้ประโยชน์ของเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในทางธุรกิจ
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ยื่นภาษี” เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในหลายมิติของการดำเนินธุรกิจ เช่น
- สามารถออกใบกำกับภาษีให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
- ยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด
- ทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรเอกชนรายใหญ่ได้สะดวก เพราะคู่ค้าส่วนใหญ่มักต้องการซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- แสดงความน่าเชื่อถือของกิจการต่อผู้ลงทุน หรือพันธมิตร เพราะการมีเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจดำเนินธุรกิจแบบโปร่งใสและอยู่ในระบบภาษี
ความแตกต่างระหว่างเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล
สำหรับข้อสงสัยที่ว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างไร สามารถแยกได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา
- เราสามารถเช็กเลขผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาได้ง่าย ๆ เพราะเป็นหมายเลขประจำตัว 13 หลักเดียวกับเลขบัตรประชาชน
- ใช้สำหรับผู้มีรายได้ เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฯลฯ
- ใช้ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 / 91)
- ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจหรือเปิดบริษัท
- เหมาะกับผู้ที่ดำเนินธุรกิจรายย่อยหรือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคล
- เป็นเลข 13 หลักที่ออกโดยกรมสรรพากร ไม่ซ้ำกับเลขบัตรประชาชน
- ใช้สำหรับบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือองค์กรต่าง ๆ ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ใช้ในการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50), ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และเอกสารทางบัญชีอื่น ๆ
- จำเป็นต้องมีหากต้องการทำธุรกิจกับองค์กรขนาดใหญ่หรือภาครัฐ
- เป็นข้อบ่งชี้ถึงการดำเนินธุรกิจแบบมืออาชีพและมีความน่าเชื่อถือสูง
- เลขประจําตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคลดูตรงไหน ? สามารถเข้าไปเช็กเลขประจําตัวผู้เสียภาษีได้ใน VATINFO ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการโดยกรมสรรพากร เพียงกรอก “ชื่อผู้ประกอบการฯ” และทำการค้นหาข้อมูลได้เลย
เรียกได้ว่าการมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่ระบบการเงินที่โปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสในการขอสินเชื่อขยายกิจการอย่างมืออาชีพ โดยหากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน สามารถสมัครสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จาก Funding Societies อนุมัติไว* ไม่ยุ่งยาก พร้อมสนับสนุนธุรกิจคุณให้เติบโตอย่างมั่นใจ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ แล้วรอเจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับได้เลย
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ระยะเวลาในการอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลักทรัพย์และความครบถ้วนของเอกสาร
ข้อมูลอ้างอิง
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ดูตรงไหน รู้ไว้ก่อนยื่นภาษี. สืบค้นวันที่ 10 เมษายน 2568 จาก https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/187677
- วิธีเช็กกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผ่าน VATINFO . สืบค้นวันที่ 10 เมษายน 2568 จาก https://www.peakaccount.com/blog/tax/value-added-tax/vat-info
หมายเหตุ
- ในประเทศไทย Funding Societies ดำเนินธุรกิจ 2 ส่วนที่ต่างกันคือ FS Siam Co., Ltd. เป็น Funding Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ FS Capital Co., Ltd. เชี่ยวชาญในการให้กู้ยืมโดยตรงแก่ธุรกิจขนาดเล็ก โครงสร้างนี้ช่วยให้ Funding Societies สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินที่หลากหลายภายในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เงื่อนไขเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา โปรดศึกษารายละเอียดก่อนใช้บริการ



Leave a Reply