เข้าใจ ‘ภาษีธุรกิจเฉพาะ’ แบบง่าย ๆ ผู้ประกอบการต้องอ่าน

ภาษีธุรกิจเฉพาะคือเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้

คู่มือภาษีธุรกิจเฉพาะฉบับสมบูรณ์ ครบจบในที่เดียว 

นอกจากการผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้คุณภาพแล้ว การประกอบธุรกิจในประเทศไทยยังต้องตระหนักถึงภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” ภาษีที่มุ่งเน้นเก็บจากกิจการบางประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง โดยเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เรามาจะช่วยให้ผู้ประกอบการทุกท่านเห็นภาพรวมของภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นใครบ้างที่ต้องเสียภาษี กิจการประเภทใดที่เกี่ยวข้อง ภาษีธุรกิจเฉพาะ มีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการจัดการภาษีนี้ในแต่ละขั้นตอน

ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร ?

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีตามประมวลรัษฎากรที่ถูกกำหนดขึ้นแทนภาษีการค้าเดิม และเริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ควบคู่กับการเริ่มใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งมุ่งเก็บจากผู้ประกอบการในกิจการบางประเภทที่ระบุไว้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยภาษีประเภทนี้มีลักษณะการจัดเก็บแยกต่างหากจากภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงมีรายละเอียดเฉพาะในเรื่องฐานภาษี อัตราภาษี และการยื่นแบบที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ

ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีด้วยแบบคำขอ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

บุคคลหรือหน่วยงานที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่

  • บุคคลธรรมดา
  • คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • องค์กรของรัฐบาลหรือเอกชน รวมถึงกิจการที่ดำเนินงานโดยตัวแทนหรือผู้ที่มีอำนาจในประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร หากมีกิจการในไทยโดยผ่านตัวแทนหรือผู้รับผิดชอบ ก็ยังคงมีหน้าที่ในการเสียภาษีเช่นเดียวกัน

กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

กฎหมายได้ระบุประเภทของธุรกิจที่มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะไว้ ดังต่อไปนี้

  1. กิจการธนาคารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อขายตั๋วเงิน การแลกเปลี่ยนเงินตรา
  2. กิจการรับประกันชีวิต
  3. โรงรับจำนำ
  4. การค้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการหากำไร
  5. การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (ยกเว้นบางประเภท)
  6. ธุรกิจแฟกตอริ่ง (การซื้อขายหนี้การค้า)
  7. การประกอบกิจการตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดอัตราภาษีเฉพาะ

ผู้ประกอบการกำลังคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ

การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะจะคำนวณจาก ฐานภาษี ซึ่งหมายถึง รายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ โดยรายรับดังกล่าวครอบคลุมทั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและนอกราชอาณาจักร ตัวอย่างฐานภาษีและอัตราภาษีที่สำคัญ ได้แก่

  • กิจการธนาคาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง : อัตราภาษี 3%
  • กิจการรับประกันชีวิต : อัตราภาษี 2.5%
  • โรงรับจำนำ : อัตราภาษี 2.5%
  • การค้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการหากำไร : อัตราภาษี 0.1%
  • ธุรกิจแฟกตอริ่ง : อัตราภาษี 3%
  • กิจการพิเศษอื่น ๆ ตามกฎหมาย : อัตราภาษี 0.01%

นอกจากนั้น ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีท้องถิ่นเพิ่มอีก 10% ของจำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะที่คำนวณได้

ขั้นตอนการยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ

1. การจดทะเบียน

ผู้ประกอบการที่เริ่มกิจการและมีหน้าที่เสียภาษีนี้ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มกิจการ

2. การยื่นแบบแสดงรายการ

หลังการจดทะเบียน ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยสามารถยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งการยื่นออนไลน์มีการขยายเวลาถึง 8 วัน

3. การจัดทำเอกสารประกอบ

เอกสารที่ผู้ประกอบการต้องจัดทำและเก็บรักษาประกอบด้วย

  • รายงานแสดงรายรับก่อนหักรายจ่าย (จัดทำรายวันและสรุปรายการรายเดือน)
  • รายงานแสดงรายรับรายสถานประกอบการ ซึ่งต้องจัดทำภายใน 3 วันทำการ

โดยเอกสารทั้งหมดต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี สำหรับกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ

Q: ภาษีธุรกิจเฉพาะต่างจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างไร ? 

A: ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บเฉพาะจากกิจการที่ระบุไว้ในกฎหมาย เช่น การค้าอสังหาริมทรัพย์หรือกิจการธนาคาร ซึ่งแตกต่างจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการขายสินค้าและบริการทั่วไป โดยภาษีธุรกิจเฉพาะยังมีอัตราภาษีเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเภทกิจการ

Q: หากภาษีที่คำนวณได้ในเดือนหนึ่งไม่ถึง 100 บาท ต้องชำระหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องชำระภาษีในเดือนที่ภาษีรวมคำนวณแล้วต่ำกว่า 100 บาท แต่ผู้ประกอบการยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 เพื่อรายงานรายการภาษีตามปกติ

Q: หากไม่ได้ประกอบกิจการในบางเดือนยังต้องยื่นแบบหรือไม่ ?

A: ใช่ ผู้ประกอบการยังคงต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 แม้ว่าจะไม่มีรายรับในเดือนนั้น การไม่ยื่นแบบอาจนำไปสู่ค่าปรับหรือปัญหาด้านกฎหมาย แม้จะไม่มีภาระภาษีให้ชำระในเดือนดังกล่าว

Q: สิทธิประโยชน์ของการยื่นแบบภาษีธุรกิจเฉพาะทางออนไลน์คืออะไร ? 

A: การยื่นแบบทางออนไลน์ช่วยเพิ่มความสะดวกในการดำเนินการและได้รับสิทธิขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีเพิ่มอีก 8 วัน ลดความยุ่งยากในการเดินทางไปสำนักงานสรรพากรพื้นที่

นอกจากการเข้าใจว่าภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร และมีอะไรบ้างแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสู่ความสำเร็จที่สำคัญของผู้ประกอบการ SME คือการมีสภาพคล่องเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น ผู้ประกอบการรายย่อยท่านใดที่มองเห็นโอกาสในการขยับขยายธุรกิจ แต่ขาดเงินทุน ขอแนะนำ “สินเชื่อระยะสั้นสำหรับธุรกิจ SME” จาก Funding Societies พร้อมนำเสนอสินเชื่อดิจิทัล SME ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการ หรือเพิ่มสภาพคล่อง หรือใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อ มีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 12 เดือน เริ่มต้นง่าย ๆ เพียงกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้ทีมงาน Funding Societies ติดต่อกลับ

 ข้อมูลอ้างอิง 

ภาษีธุรกิจเฉพาะ. สืบค้นวันที่ 12 ธันวาคม 2567 จาก https://www.rd.go.th/306.html

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading