ไขข้อสงสัย ภาษีที่ผู้ประกอบการ SME ต้องจ่ายมีอะไรบ้าง ?

7 ภาษีที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ จะได้ไม่โดนภาษีย้อนหลัง

นอกจากการบริหารธุรกิจให้มีผลประกอบการที่ดีแล้ว อีกหนึ่งหน้าที่ที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรับรู้และปฏิบัติตามคือ กฎหมายและข้อกำหนดทางภาษีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีทางตรงหรือภาษีทางอ้อม เนื่องจากถ้าผู้ประกอบการละเลยหรือไม่ทำตามข้อกำหนดเหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาด้านกฎหมาย โดนเก็บภาษีย้อนหลัง หรือค่าปรับที่ไม่คาดคิด ดังนั้น การเข้าใจและดำเนินการให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ เราจึงจะพาผู้ประกอบการ SME ไปรู้จักกับภาษีสำคัญที่ต้องชำระ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับภาษีแต่ละประเภท

1. ภาษีเงินได้

ภาษีที่ทุกคนที่มีรายได้จะต้องจ่ายแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือคนธรรมดา ก็คือ ภาษีเงินได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามการดำเนินงานของกิจการหรือร้านค้า ดังนี้ 

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากรายได้ของนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย มีลักษณะคล้ายกับภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา แต่ต้องยื่นภาษี 2 ครั้งต่อปี โดยมีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 ดังนี้ 

  • SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ภายในรอบระยะเวลาบัญชี 
    • กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
    • กำไรสุทธิ 300,001-3,000,000 บาท เสียภาษี 15% 
    • กำไรสุทธิมากกว่า 3,000,000 บาท เสียภาษี 20% 
  • นิติบุคคลทั่วไป เสียภาษีเงินได้ในอัตรา 20%

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำงานหรือรับเงินในลักษณะของบุคคลธรรมดา แม้ว่าจะยื่นภาษีนิติบุคคลไปแล้ว ก็ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาร่วมได้ หากว่ามีรายได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยจ่ายเป็นลักษณะขั้นบันไดอยู่ที่ 5%-35% ขึ้นอยู่กับฐานภาษีในปีดังกล่าว 

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่า VAT เป็นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่จัดเก็บจากการขายสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยอยู่ที่ 7% ของราคาสินค้าหรือบริการ อย่างไรก็ตาม หาก SME มีรายได้น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากว่าประเมินแล้วมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเอาไว้ ก็จะช่วยป้องกันค่าปรับ หรือการตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ 

3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

อีกภาษีหนึ่งที่ผู้ประกอบการ SME จะต้องรู้จักก็คือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นภาษีที่ SME ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินหักภาษีจากผู้ที่ได้รับเงิน และนำส่งกรมสรรพากร โดยจะต้องเป็นยอดชำระอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไป มีอัตราการจ่ายภาษี ดังต่อไปนี้ 

  • ค่าจ้างทำงาน รับเหมา ทำของ หรืองานบริการในรูปแบบของการจ้างงาน โดยที่ผู้ถูกจ้างใช้อุปกรณ์ของตัวเอง จะมีอัตราภาษีอยู่ที่ 3%
  • ค่าโฆษณา อย่างเช่น การจ้างงานผ่านเอเจนซี การโฆษณาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านช่องทางต่าง ๆ มีอัตราภาษีอยู่ที่ 2% 
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าเช่าออฟฟิศ หรือโกดังสินค้า อัตราภาษีอยู่ที่ 5% 

4. ภาษีบำรุงท้องที่

ภาษีบำรุงท้องที่ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดิน โดยคิดตามขนาดและพื้นที่ของที่ดิน ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของที่ดินสำหรับทำธุรกิจจะต้องชำระภาษีนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล)

สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่เป็นเจ้าของที่ดิน หรือใช้ประโยชน์ที่ดินนำมาประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นนำมาสร้างเป็นอาคารสำนักงาน หรือโรงงาน จะต้องตรวจสอบและจ่ายภาษีเป็นประจำทุกปี เพื่อไม่ให้โดนปรับหรือถูกเรียกเก็บเพิ่มเติม 

ผู้ประกอบการ SME ถือแฟ้มที่ใส่ไฟล์ภาษีด้านใน

5. ภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง

  ภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่จัดเก็บจากอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงาน โดยคิดตามมูลค่าการเช่าหรือการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ 0.01%-3% ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้เสียภาษีจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ทำประโยชน์ในพื้นที่ 

6. ภาษีป้าย

  หากธุรกิจของคุณมีการติดตั้งป้ายโฆษณาหรือแสดงชื่อบริษัท เช่น ป้ายหน้าร้านหรือป้ายโฆษณา คุณจำเป็นต้องชำระภาษีป้ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อัตราภาษีป้ายแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ และมีอัตราการเสียภาษีดังนี้

  • ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน
  • มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงได้ อัตราภาษีอยู่ที่ 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
  • นอกเหนือจากด้านบน อัตราภาษี 5 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
  • ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอังกฤษ หรือปนกับภาพหรือเครื่องหมายอื่น 
  • มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงได้ อัตราภาษีอยู่ที่ 52 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
  • นอกเหนือจากด้านบน อัตราภาษี 26 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
  • ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรไทยบางส่วนแล้วอยู่ต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
  • มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงได้ อัตราภาษีอยู่ที่ 52 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
  • นอกเหนือจากด้านบน อัตราภาษี 50 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

7. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บสำหรับธุรกิจบางประเภท เช่น การให้บริการเงินกู้ ธุรกิจธนาคาร หรือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหากว่ามีการทำธุรกิจในเชิงดังกล่าว แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือสำนักงานบัญชี เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการดำเนินการ เนื่องจากเป็นภาษีที่ค่อนข้างซับซ้อน 

การเข้าใจเรื่องภาษีอย่างรอบด้านย่อมช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารกิจการได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาตามมา ส่วนผู้ประกอบการท่านใดกำลังมองหาแหล่งสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ ต้องที่ Funding Societies เรามีบริการสินเชื่อระยะสั้น สำหรับธุรกิจ SME ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 12 เดือน และเป็นสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ในลักษณะของฟินเทค หรือสินเชื่อดิจิทัลที่สมัครได้ง่าย ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA @fundingsocietiesth

ข้อมูลอ้างอิง 

 

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading