การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ ทำอย่างไร ใครต้องยื่นบ้าง ?

VAT คือการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย

วิธียื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ ทำธุรกิจต้องเข้าใจทุกขั้นตอน

การยื่นภาษี เป็นหน้าที่สำคัญที่ทุกคนที่มีรายได้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ. 30 ถือเป็นหนึ่งในภาระที่ต้องรับผิดชอบ และในยุคที่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปสู่การทำธุรกรรมออนไลน์ การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์จึงเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ช่วยลดภาระของผู้ประกอบการในการเดินทางและการกรอกเอกสารที่ยุ่งยากได้เป็นอย่างมาก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ. 30 คืออะไร ?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) หรือ ภ.พ. 30 เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการต้องเสียเมื่อมีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการในประเทศไทย ไม่ว่าสินค้าจะผลิตในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม โดยภาษีนี้จะคิดจากมูลค่าสินค้าและบริการที่ขาย ซึ่งผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากรในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม มีอัตราการคิดคงที่ อยู่ที่ 7% ของมูลค่าการขายสินค้าหรือบริการ

ทำความเข้าใจ “ภาษีขาย-ภาษีซื้อ” และวิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

ในการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น นอกจากจะมีอัตราการคิดตายตัวที่ 7% ของมูลค่าสินค้าและบริการแล้ว ยังมีหลักการคำนวณที่ผู้ประกอบการต้องรู้เพิ่มเติมด้วย เพื่อนำไปคำนวณว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มหรือได้รับเงินภาษีคืน โดยตัวแปรที่เป็นตัวกำหนดว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่มหรือไม่ ได้แก่

  • ภาษีขาย : ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการต้องเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้าหรือบริการ
  • ภาษีซื้อ : ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจ่ายเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ขาย

ส่วนหลักการคำนวณ สามารถคิดได้จากสูตร ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ แต่หากภาษีขายมีมูลค่าน้อยกว่าภาษีซื้อ ผู้ประกอบการสามารถขอคืนภาษีหรือขอเครดิตภาษีได้

ขั้นตอนการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์

ปัจจุบัน การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถทำได้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อความสะดวก ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่าย เรามีวิธียื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์มาแนะนำ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร

อันดับแรก ผู้ประกอบการต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์กรมสรรพากร กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ จากนั้นคลิกเมนูยื่นแบบแล้วเลือกยื่นแบบ ภ.พ. 30 ซึ่งระบบจะแสดงข้อมูลผู้ประกอบการอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สาขา และที่อยู่

ขั้นตอนที่ 2 กรอกข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลังเข้าสู่ระบบเรียบร้อย ให้เลือกเดือนและปีที่ต้องการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วกรอกข้อมูลลงบนแบบฟอร์มเป็นตัวเลข ประกอบไปด้วย

  • ยอดขาย ได้แก่ ยอดขายในเดือนนั้น ยอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 และยอดขายที่ได้รับการยกเว้น
  • ยอดซื้อที่มีสิทธิ์นำมาคำนวณเป็นภาษีซื้อในเดือนนั้น
  • ภาษีขาย
  • ภาษีซื้อ
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระไว้เกินและยกมาคำนวณด้วย

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบข้อมูล

เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ชำระไว้เกินหรือต้องชำระเพิ่ม แล้วแสดงรายละเอียดการยื่นแบบ รวมทั้งรายการภาษีที่ต้องชำระเพิ่มหรือภาษีที่ได้รับคืน ให้คุณตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยว่าถูกต้องหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4 ยื่นภาษี

หากข้อมูลทั้งหมดถูกต้องและครบถ้วนแล้ว กด “ยืนยันการยื่นแบบ” แล้วระบบจะดำเนินการยื่นภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ให้ เพื่อให้คุณดำเนินการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไป

ขั้นตอนที่ 5 ชำระภาษีส่วนเกิน

กรณีที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนเกินต้องชำระ สามารถชำระได้ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น เงินสด เช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายกรมสรรพากร และบัตรเครดิต ส่วนผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์ขอภาษีคืน ขอคืนได้ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ คืนเป็นเงินสด คืนผ่านบัญชีธนาคาร และขอนำไปชำระภาษีในรอบเดือนถัดไป

ผู้ประกอบการกำลังดำเนินการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์

ใครบ้างต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ?

ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจขายสินค้าหรือบริการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในไทยมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องดำเนินการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) ทุกเดือน โดยต้องยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่เคยจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ กรณีมีหลายสาขา ต้องยื่นสำนักงานสรรพากร ณ พื้นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และต้องยื่นจดทะเบียนได้ภายใน 6 เดือนก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ หรือภายใน 30 วันนับตั้งแต่มีรายรับมากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี

บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีที่ธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ดำเนินการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง จะมีบทลงโทษดังต่อไปนี้

  • ผู้ประกอบการมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด แต่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้ประกอบการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้โดยไม่มีสิทธิ์ จำคุก 3 เดือน-7 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท
  • ผู้ประกอบการออกใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำคุก 3 เดือน-7 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท

สามารถศึกษาบทลงโทษเพิ่มเติมได้ที่คู่มือกำหนดโทษการปฏิบัติฝ่าฝืนเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม จากกรมสรรพากร

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง และอยากขยายธุรกิจให้เติบโต หรือต้องการเงินสดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กิจการดำเนินไปแบบไม่สะดุด มาขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจได้ที่ Funding Societies แหล่งเงินทุนหมุนเวียนแบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ที่ได้รับความไว้วางใจจาก SME มาแล้วกว่า 90,000 ราย มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้เลือกหลากหลาย เช่น สินเชื่อใบสั่งซื้อ สินเชื่อหมุนเวียนจากลูกหนี้การค้า กรอกข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของเรา แล้วเจ้าหน้าที่ของเราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ระยะเวลาในการอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลักทรัพย์และความครบถ้วนของเอกสาร

หมายเหตุ

  1. ผลิตภัณฑ์นี้ให้บริการโดย บริษัท เอฟเอส แคปปิตอล จำกัด ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต
  2. เงื่อนไขเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา โปรดศึกษารายละเอียดก่อนใช้บริการ

ข้อมูลอ้างอิง 

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม. สืบค้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.rd.go.th/307.html 

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading