การบริหารค่าเสื่อมราคา : กุญแจสู่การเงินธุรกิจที่มั่นคง
การบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างชาญฉลาด คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่บริษัทชั้นนำใช้ในการบริหารการเงิน เพราะค่าเสื่อมราคาไม่เพียงแต่สะท้อนการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษี จัดการกระแสเงินสด เพิ่มกำไรสุทธิ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทด้วย สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือเจ้าของธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการเงิน แต่ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องค่าเสื่อมราคา เราจะพาคุณไขความลับของการบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างมืออาชีพ ที่จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่คุณคาดไม่ถึง
1. ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ คืออะไร ?
ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ (Depreciation) คือ การกระจายต้นทุนของสินทรัพย์ถาวร ตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์นั้น เพื่อสะท้อนถึงการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์ อันเนื่องมาจากการใช้งาน หรือตามเวลาที่ผ่านไป หรือความล้าสมัย
ประเภทของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับค่าเสื่อมราคา
สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับค่าเสื่อมราคา มักเป็นสินทรัพย์ถาวรที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปี มีมูลค่าค่อนข้างสูงและมีนัยสำคัญต่อกิจการ และเป็นทรัพย์สินที่กิจการมีไว้ใช้ในการดำเนินงานระยะยาวเพื่อผลิตหรือให้บริการ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขาย เช่น
- อาคารและสิ่งปลูกสร้างถาวร
- เครื่องจักรและอุปกรณ์
- ยานพาหนะ
- เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน
- คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
2. ความสำคัญของการบริหารค่าเสื่อมราคา
ผลกระทบต่องบการเงิน
ค่าเสื่อมราคามีผลกระทบโดยตรงต่องบการเงินต่าง ๆ ดังนี้
- งบกำไรขาดทุน เนื่องจากถือเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งจะลดกำไรสุทธิของบริษัท
- งบแสดงฐานะการเงิน เนื่องจากค่าเสื่อมราคาที่สะสม จะลดมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์
- งบกระแสเงินสด เนื่องจากค่าเสื่อมราคามีผลต่อการคำนวณกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน แม้ว่าค่าเสื่อมราคาจะไม่ใช่รายการเงินสดก็ตาม
ผลกระทบต่อภาษี
ค่าเสื่อมราคาช่วยลดภาระภาษีของธุรกิจ เนื่องจากถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้นการเลือกวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมสามารถช่วยในการวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
การบริหารค่าเสื่อมราคามีผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจในหลายด้าน เช่น การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ การเลือกระหว่างการซื้อหรือเช่าสินทรัพย์ หรือการวางแผนการซ่อมบำรุงหรือทดแทนสินทรัพย์
3. การคำนวณค่าเสื่อมราคา
ในการคำนวณค่าเสื่อมราคา จำเป็นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานดังนี้
- ราคาทุนของสินทรัพย์ (Cost) คือราคาที่ซื้อสินทรัพย์มา รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้น เช่น ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง
- มูลค่าซาก (Salvage Value หรือ Residual Value) คือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อเลิกใช้สินทรัพย์หรือขายสินทรัพย์เมื่อหมดอายุการใช้งาน
- อายุการใช้งาน (Useful Life) คือระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้สินทรัพย์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกำหนดเป็นจำนวนปี หรือจำนวนหน่วยผลผลิต
- อัตราคำนวณค่าเสื่อมราคา (Depreciation Rate) คืออัตราคำนวณค่าเสื่อมราคาทางภาษี เป็นอัตราที่กำหนดโดยกรมสรรพากร เพื่อใช้ในการคำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวรสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
4. เผยอัตราคำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์แต่ละประเภท
| ประเภทสินทรัพย์ | อัตราค่าเสื่อมราคาต่อปี | อายุการใช้งาน | |
| 1. อาคาร | อาคารถาวร | 5% | 20 ปี |
| อาคารชั่วคราว | 100% | 1 ปี | |
| 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์ | 20% | 5 ปี | |
| 3. คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ | 20% | 5 ปี | |
| 4. ยานพาหนะ | รถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน | 20% | 5 ปี |
| ยานพาหนะอื่น ๆ | 20% | 5 ปี | |
| 5. เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงาน | 20% | 5 ปี | |
| 6. ทรัพย์สินอื่น ๆ | 20% | 5 ปี
หรือตามอายุการใช้งานจริงที่มีหลักฐานสนับสนุน |
|
5. รวม 4 วิธีคิดค่าเสื่อมราคา
วิธีเส้นตรง
วิธีเส้นตรง (Straight-line Method) เป็นวิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาที่ง่ายและนิยมใช้มากที่สุด โดยกระจายค่าเสื่อมราคาเท่า ๆ กันตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์
สูตรคำนวณ : ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ราคาทุน – มูลค่าซาก) / อายุการใช้งาน
ตัวอย่างการคำนวณ
บริษัทซื้อเครื่องจักรราคา 100,000 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี และมูลค่าซาก 10,000 บาท
ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (100,000 – 10,000) / 5 = 18,000 บาท
วิธียอดลดลงทวีคูณ
วิธียอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance Method) เป็นวิธีที่คิดค่าเสื่อมราคาในอัตราที่สูงในช่วงแรกและลดลงเรื่อย ๆ ในปีถัดไป
สูตรคำนวณ :
- อัตราค่าเสื่อมราคา = (100% / อายุการใช้งาน) x 2
- ค่าเสื่อมราคา = มูลค่าตามบัญชีต้นปี x อัตราค่าเสื่อมราคา
ตัวอย่างการคำนวณ
บริษัทซื้อเครื่องจักรราคา 100,000 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี และมูลค่าซาก 10,000 บาท
อัตราค่าเสื่อมราคา = (100% / 5) x 2 = 40%
ปีที่ 1: 100,000 x 40% = 40,000 บาท
ปีที่ 2: (100,000 – 40,000) x 40% = 24,000 บาท
ปีที่ 3: (60,000 – 24,000) x 40% = 14,400 บาท
และคำนวณต่อไปจนถึงมูลค่าซาก
วิธีคำนวณผลรวมของจำนวนปี
วิธีคำนวณผลรวมของจำนวนปี (Sum-of-the-Years-Digits Method) เป็นการคิดค่าเสื่อมราคาในอัตราที่ลดลงเช่นกัน แต่ใช้สัดส่วนของจำนวนปีที่เหลือต่อผลรวมของจำนวนปีทั้งหมด
สูตรคำนวณ :
- ผลรวมของจำนวนปี = n(n+1)/2 โดย n คืออายุการใช้งาน
- ค่าเสื่อมราคา = (ราคาทุน – มูลค่าซาก) x (จำนวนปีที่เหลือ / ผลรวมของจำนวนปี)
ตัวอย่างการคำนวณ
บริษัทซื้อเครื่องจักรราคา 100,000 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี และมูลค่าซาก 10,000 บาท
ผลรวมของจำนวนปี = 5(5+1)/2 = 15
ปีที่ 1: (100,000 – 10,000) x (5/15) = 30,000 บาท
ปีที่ 2: (100,000 – 10,000) x (4/15) = 24,000 บาท
ปีที่ 3: (100,000 – 10,000) x (3/15) = 18,000 บาท
และคำนวณต่อไปจนครบ 5 ปี
วิธีตามหน่วยของผลผลิต
วิธีตามหน่วยของผลผลิต (Units of Production Method) เป็นวิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่มีการใช้งานไม่สม่ำเสมอ โดยคำนวณค่าเสื่อมราคาตามจำนวนหน่วยที่ผลิตได้จริง
สูตรคำนวณ :
- อัตราค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = (ราคาทุน – มูลค่าซาก) / จำนวนหน่วยที่คาดว่าจะผลิตได้ตลอดอายุการใช้งาน
- ค่าเสื่อมราคา = จำนวนหน่วยที่ผลิตได้จริงในปีนั้น x อัตราค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย
ตัวอย่างการคำนวณ
เครื่องจักรราคา 100,000 บาท คาดว่าจะผลิตได้ 50,000 ชิ้นตลอดอายุการใช้งาน มูลค่าซาก 10,000 บาท
อัตราค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = (100,000 – 10,000) / 50,000
= 1.8 บาท ต่อชิ้น
ดังนั้น หากปีที่ 1 ผลิตได้ 12,000 ชิ้น ค่าเสื่อมราคาจะเท่ากับ 12,000 x 1.8 = 21,600 บาท
6. กลยุทธ์การบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างชาญฉลาด
การเลือกวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสม
หากต้องการบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างชาญฉลาด สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญก็คือการเลือกวิธีคำนวณที่เหมาะสม โดยพิจารณาลักษณะการใช้งานของสินทรัพย์ คำนึงถึงผลกระทบต่องบการเงินและภาษี และเลือกวิธีที่สอดคล้องกับนโยบายทางการเงินของบริษัท
การวางแผนการลงทุนในสินทรัพย์
การวางแผนการลงทุนในสินทรัพย์ โดยวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน โดยคำนึงถึงค่าเสื่อมราคา พิจารณาจังหวะเวลาการลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษี และวางแผนการทดแทนสินทรัพย์เก่าอย่างเหมาะสมจะช่วยให้บริหารค่าเสื่อมราคาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
การใช้ค่าเสื่อมราคาเป็นเครื่องมือในการบริหารกำไร
การใช้ค่าเสื่อมราคาเป็นเครื่องมือในการบริหารกำไร จะช่วยสร้างความคุ้มค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างมาก โดยควรปรับเปลี่ยนวิธีคิดค่าเสื่อมราคาเพื่อบริหารกำไรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน รวมถึงใช้การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่เพื่อปรับปรุงฐานในการคำนวณค่าเสื่อมราคาร่วมด้วย
การพิจารณาค่าเสื่อมราคาในการตัดสินใจซื้อหรือเช่าสินทรัพย์
การพิจารณาค่าเสื่อมราคาจะช่วยให้ตัดสินใจซื้อหรือเช่าสินทรัพย์ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีเปรียบเทียบผลกระทบทางการเงินระหว่างการซื้อและการเช่าโดยคำนึงถึงค่าเสื่อมราคา และพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันระหว่างการซื้อและการเช่า
7. การใช้ค่าเสื่อมราคาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
การใช้ค่าเสื่อมราคาในการวางแผนกระแสเงินสด
ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด แต่มีผลต่อการวางแผนกระแสเงินสดอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
- การเพิ่มสภาพคล่อง เนื่องจากช่วยลดกำไรสุทธิและภาษีเงินได้ ทำให้บริษัทมีเงินสดเหลือมากขึ้น
- การวางแผนการลงทุน โดยใช้ข้อมูลค่าเสื่อมราคาในการประมาณการเงินสดที่จะต้องใช้ในการทดแทนสินทรัพย์ในอนาคต
- การจัดการเงินทุนหมุนเวียน โดยวางแผนการใช้เงินสดที่ประหยัดได้จากค่าเสื่อมราคา เพื่อเสริมสภาพคล่องหรือลงทุนในโครงการระยะสั้น
การใช้ค่าเสื่อมราคาในการวางแผนภาษี
การบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยในการวางแผนภาษีได้เมื่อเลือกวิธีที่ให้ค่าเสื่อมราคาสูงในช่วงแรกเพื่อประหยัดภาษีในปีที่มีกำไรสูง การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านการหักค่าเสื่อมราคาเร่งรัด และพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษ
การใช้ค่าเสื่อมราคาในการประเมินมูลค่าธุรกิจ
ค่าเสื่อมราคามีบทบาทสำคัญในการประเมินมูลค่าธุรกิจ โดยเฉพาะในวิธีการประเมินแบบ Discounted Cash Flow (DCF) เนื่องจากค่าเสื่อมราคาจะถูกบวกกลับเข้าไปในกำไรสุทธิเพื่อคำนวณกระแสเงินสดอิสระ และสามารถใช้ข้อมูลค่าเสื่อมราคาในการประมาณการความต้องการลงทุนในอนาคตเพื่อรักษาระดับการดำเนินงานและผลประกอบการได้
การบริหารค่าเสื่อมราคาอย่างชาญฉลาด ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอีกด้วย หากคุณต้องการเงินทุนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ หรือเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ สินเชื่อผู้ประกอบการ จาก Funding Societies เพื่อสนับสนุนโครงการที่มีสัญญากับภาครัฐ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สมัครได้แล้ววันนี้ผ่านทางออนไลน์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา
ข้อมูลอ้างอิง
- พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145/2527. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 จาก https://www.rd.go.th/2369.html
- มาทำความรู้จักกับ “ค่าเสื่อมราคา”. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 จาก https://www.prosoftibiz.com/Article/Detail/148976





