เขียนแผนธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เขียนแผนธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

แผนธุรกิจเป็นส่วนสำคัญของทุกบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะบริษัทเล็กหรือใหญ่ หรืออยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม  แผนธุรกิจจะตีแผ่เป้าหมายของบริษัท รวมไปถึงความต้องการต่าง ๆ ไทม์ไลน์การทำงาน การเงิน และแบบแผนที่จำเป็นในการบรรลุเป้าหมายของบริษัท

 

ประโยชน์ของแผนธุรกิจ

มีเหตุผลเฉพาะหลายประการที่ทำให้ผู้คนมักวางแผนธุรกิจก่อนที่จะเริ่มสร้างธุรกิจเสมอ นั่นก็เป็นเพราะแผนธุรกิจมีประโยชน์มากมายดังต่อไปนี้:

  • ช่วยให้คุณเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ และวิธีการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น 

การออกแบบกลยุทธ์สำหรับอนาคตสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับการเงินของคุณ  คุณสามารถมองเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเงินของคุณได้จากการเขียนแผนธุรกิจ

  • ลดความเสี่ยงโดยรวมของคุณ 

การเริ่มต้นธุรกิจมีความเสี่ยงเสมอ  แผนธุรกิจจะช่วยคุณคาดการณ์ความเสี่ยงทางการเงินและการปฎิบัติงานที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคุณล่วงหน้า

  • ช่วยให้คุณค้นพบศักยภาพของธุรกิจคุณ

แผนธุรกิจมีความจำเป็นหากบริษัทของคุณกำลังขยับขยาย และคุณตั้งใจที่จะขอสินเชื่อหรือระดมทุนจากนักลงทุน  นักลงทุนส่วนใหญ่จะขอแผนธุรกิจ แม้แต่นักลงทุนที่ไม่ได้ขอก็จะถามคำถามที่สามารถตอบได้ก็ต่อเมื่อคุณมีแผนธุรกิจที่ดีเท่านั้น

  • ทำให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้นในฐานะเจ้าของธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในระยะยาว 

จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการจัดการ (Journal of Management Studies) บริษัทที่มีแผนธุรกิจและทำการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอจะเติบโตเร็วกว่าบริษัทที่ไม่มีแผนธุรกิจ 30%  และบริษัทเหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จและทำงานได้ดีกว่ามากในระยะยาว

 

แผนธุรกิจที่ดีควรระบุอะไรบ้าง? 

ตอนนี้คุณทราบแล้วว่าการทำแผนธุรกิจก่อนที่คุณจะเริ่มธุรกิจนั้นมีความสำคัญเพียงใด  ต่อไปจะเป็นการพูดถึงบางประเด็นสำคัญที่คุณต้องระบุไว้ในแผนธุรกิจของคุณ:

  1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive summary)

บทสรุปผู้บริหาร คือภาพรวมของแผนธุรกิจของคุณ  โดยปกติข้อมูลส่วนนี้จะถูกระบุอยู่ในหน้าแรกของแผนธุรกิจ  แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บทสรุปผู้บริหารจะถูกแยกออกเป็นอีกส่วนของแผนธุรกิจ  โดยพื้นฐานแล้ว ข้อมูลส่วนนี้จะครอบคลุมจุดสำคัญของแผนธุรกิจอันละเอียดของคุณ


  1. คำอธิบายธุรกิจ (Business description)

ข้อมูลส่วนนี้มักจะเริ่มต้นด้วยคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมธุรกิจของคุณ  อย่าลืมที่จะอธิบายถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นไปได้ในอนาคตเมื่อคุณกำลังพูดถึงอุตสาหกรรมนั้น ๆ  คุณควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาใหม่ที่อาจส่งผลต่อธุรกิจของคุณ

  1. การวิจัยตลาด (Market analysis)

ส่วนนี้คือส่วนที่คุณสามารถแสดงให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นไปได้ (potential customer)  อีกทั้งยังเป็นส่วนที่ครอบคลุมถึงตลาดเป้าหมายของคุณและการเติบโตของตลาดของคุณ  พยายามเจาะจงให้มากที่สุด  เพราะการสร้างแผนการขายและการตลาดจะง่ายขึ้นด้วยการวิเคราะห์ตลาดที่แม่นยำ 

  1. การวิเคราะห์คู่แข่ง (Competition analysis)

เป้าหมายของการวิเคราะห์คู่แข่ง คือการเปิดเผยจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งในตลาดของคุณ กลยุทธ์ที่จะทำให้คุณได้เปรียบ อุปสรรคที่คุณสามารถสร้างเพื่อป้องกันการแข่งขัน และข้อบกพร่องที่อาจเป็นช่องโหว่ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์

  1. รายละเอียดองค์กรและการจัดการ (Organizational management profile)

ใช้ส่วนนี้เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับทีมของคุณ  จะเป็นผลดีหากคุณให้คำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับที่ตั้งของบริษัท โครงสร้างทางกฎหมาย และประวัติความเป็นมา  คุณสามารถใส่ประวัติย่อเกี่ยวกับสมาชิกแต่ละคนในทีมที่มีความสำคัญ  ควรกล่าวถึงเหตุผลที่ทีมของคุณเหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ไอเดียธุรกิจกลายเป็นจริง  และคุณก็ควรอธิบายความเป็นเจ้าของธุรกิจ (หรือ business ownership) ของคุณด้วยเช่นกัน

  1. รายละเอียดสินค้าหรือบริการ (Product or services description) 

ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของแผนธุรกิจ  รายละเอียดสินค้าหรือบริการควรอธิบายถึงความท้าทายที่คุณแก้ไขได้สำเร็จให้แก่ผู้บริโภคและโซลูชันต่าง ๆ ที่คุณนำเสนอ  คุณควรอธิบายการแข่งขันในตลาดของคุณด้วยเช่นกัน  หากคุณมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ส่วนนี้เป็นโอกาสที่ดีในการพูดคุยถึงข้อได้เปรียบเหล่านั้น

  1. แผนการตลาดและแผนการขาย (Marketing plan/sales strategy)

อธิบายแผนการของคุณเพื่อเข้าถึงกลุ่มตลาดเป้าหมายของคุณ รวมถึงวิธีการขายให้กับตลาดเป้าหมายนั้น กลยุทธ์การกำหนดราคาของคุณ และประเภทของพันธมิตรที่จำเป็นเพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ  ส่วนนี้เป็นส่วนที่ยอดเยี่ยมสำหรับการแสดงการวิเคราะห์ SWOT (จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาศ และอุปสรรคถ) ของธุรกิจคุณ

  1. รายละเอียดเงินทุน หรือรายการขอเงินทุน  (Funding details / request for funding)

หากคุณกำลังวางแผนที่ขอเงินทุน ควรใส่รายละเอียดเงินทุนโดยย่อในแผนธุรกิจของคุณ  ในส่วนนี้ควรอธิบายว่าคุณตั้งใจจะใช้เงินที่ได้รับจากนักลงทุนอย่างไร  โดยปกติ ส่วนนี้จะถูกเรียกว่า “Use of Funds” หรือ “การพิจารณาการใช้จ่ายเงินทุน” 

ควรกล่าวถึงกลยุทธ์การถอนตัวออกจากธุรกิจ หรือ Exit Strategy ของคุณด้วยเช่นกัน  ซึ่งคือแผนการขายธุรกิจของคุณให้กับบริษัทอื่นหรือ​​เสนอขายหุ้นต่อประชาชน  คุณสามารถข้ามส่วนนี้ไปหากคุณต้องการความเป็นเจ้าของอย่างถาวร

  1. แผนการเงิน (Financial projections)

แผนการเงิน หรือ Financial Projection คือการร่างแผนทางการเงินของคุณสำหรับอนาคต  ส่วนนี้มักจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเจ้าของธุรกิจ  เพราะฉะนั้น การขอความช่วยเหลือในด้านนี้จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร  ในปัจจุบัน คุณสามารถใช้เครื่องมือและแหล่งข้อมูลมากมายเพื่อช่วยคุณสร้างแผนการเงินที่มั่นคง 

การพัฒนาแผนธุรกิจที่แข็งแกร่งอาจมีผลสำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจของคุณในระยะยาว  ด้วยแผนธุรกิจ คุณจะสามารถขยายและบรรลุวิสัยทัศน์ของบริษัทของคุณได้อย่างรวดเร็ว และสามารถหลีกเลี่ยงท้าทายและปัญหาต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจของคุณ


 

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading