จากผู้ริเริ่มสู่การเป็นผู้นำ : พบกับ Vikas Jain พนักงานคนแรกของ FSMK

พบกับ Vikas Jain ผู้นำหลากหลายแง่มุมที่ขับเคลื่อน Funding Societies | Modalku’s (FSMK) ในฐานะ Chief Operating Officer (COO) ประเทศไทย และในขณะเดียวกันเองนั้นก็เป็นผู้ส่งเสริม Debt Fundraising, ESG และยังเป็นผู้ริเริ่มสร้างความเปลี่ยนแแปลงอีกมากมาย

Vikas เป็นพนักงานคนแรกของ FSMK และหนึ่งในสมาชิกของผู้ก่อตั้ง ผู้ริเริ่มนวัตกรรม ผู้ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อีกระดับ
เขาคืออดีตผู้สำเร็จทั้งในองค์กรดั้งเดิมอย่างธนาคารและแวดวงเทคโนโลยีใหม่อย่างฟินเทค (FinTech)
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของการปรับตัว การวางรากฐานสุดแข็งแกร่งของผู้นำในอนาคต และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่สู่ความเป็นเลิศ

ตามคำกล่าวของ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งของเรา Kelvin Teo “นับตั้งแต่การเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมผู้ก่อตั้งในปี 2558 Vikas เป็นตัวอย่างที่ดีของ Value หลักของเรา #FocusOnImpact และ #GrowRelentlessly เขาเติบโตได้เหมอือนกับสัญลักษณ์โลโก้ของ Nike

จากการเป็นผู้นำทั่วไปในระยะแรก สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เหนือการคาดหมาย และตอนนี้เป็นผู้รับบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศไทยไประดับท็อป Vikas ให้ความสำคัญกับบริษัทเป็นอันดับแรกอยู่เสมอพร้อมไปกับการพัฒนาตัวเอง เขาเป็นส่วนสำคัญในการขยับขยายองค์กร Funding Societies | Modalku’s (FSMK) ไปข้างหน้า

มาร่วมค้นหาทำความรู้จักเส้นทางของ Vikas กันว่าเขามีวิสัยทัศน์ต่อทางการเงินและบริษัทอย่างไร

ลองบอกเล่าประสบการณ์สักหน่อยว่ามีเหตุการณ์ไหน ช่วงเวลาใดที่ทำให้คุณประสบควาามสำเร็จหรืออะไรทำให้คุณมายืนอยู่ในจุดนี้ได้

พื้นเดิมของผมมาจากบริการทางการเงินอยู่แล้ว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สินเชื่อและลงทุนครับ ผมเคยทำงานธนาคารใหญ่ๆมาก่อนที่จะย้ายมาฟินเทค ก็เริ่มจาก Singtel ก่อนและสตาร์ทอัพแรกของผมคือ ที่นี่ครับ Funding Societies

ตอนอยู่กับองค์กรใหญ่ๆ ผมก็อยู่กับการริเริ่มคิดสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มันเป็นการทำขึ้นมาใหม่ด้วยทรัพยากรที่จำกัดและก็คอยจัดการกับอุปสรรคตรงหน้าที่ไม่เคยเจอมาก่อนครับ ตอนนั้นบทบาทตำแหน่งแรกของผมในฐานะ Management Trainee ได้ทำงานใกล้ชิดกับ Country Head ร่วมกันขยายไปยัง 20 เมืองภายในระยะเวลา 1 ปี

หลักจากนั้นที่ ING ผมเป็นผู้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาครอบคลุมสินค้ากว่า 10 อย่างและมีส่วนร่วมในการโยกย้ายลูกค้าจำนวน 2 ล้านราย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับธนาคารมาก่อน และมากกว่าการเป็น Financial Product Head คือภายในระยะเวลา 4 ปี ผมได้ผลิตสินค้าใหม่ 5 อย่างไปสู่มากกว่า 50 เมืองครับ ประสบการณ์พวกนี้ทำให้ผมพร้อมมาลุยที่บริษัทแบบสตาร์ทอัพอย่าง FSMK ครับ

คุณเป็นพนักงานคนแรกของ FSMK เลย อะไรบันดาลใจให้คุณย้ายจากธนาคารมาเข้าร่วมสตาร์ทอัพฟินเทค (FinTech Startup) มันมีความทรงจำดีๆอะไรบ้างที่คุณชอบมากที่สุด

การได้สร้างอะไรใหม่ๆด้วยตัวเองมันน่าทึ่ง ผมเลยอยากมีประสบการณ์หรือความเข้าใจในการสร้างตั้งแต่ต้นครับ ผมได้เจอ Kelvin และ Reynold ในปี 2015 ตอนที่พวกเขาโพสต์รับตำแหน่งใหม่สำหรับแพลตฟอร์มกู้ยืมแบบ P2P ที่กำลังจะเปิดตัวที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตอนนั้นพวกเขากำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายที่ Harvard Business School ถึงแม้ตอนแรกผมก็แอบกังวลที่จะทำงานร่วมกันในขณะที่พวกเขายังเรียนอยู่ แต่ผมรู้สึกก็ทึ่งในความฉลาดและความทุ่มเทของพวกเขาครับ

การตัดสินใจก้าวกระโดดครั้งใหญ่นี้มาจากความเชื่อใจล้วนๆ เลย พวกเขาใช้เวลาคุยโทรศัพย์กับผมนานหลายชั่วโมง ซึ่งมักจะเป็นเวลาดึกๆซะด้วยเพื่อปรึกษาหาเรือถึงแผนธุรกิจกัน ธุรกิจ SME และ P2P ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันมีโอกาสมหาศาลอยู่มาก และพวกเขายังนำข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ เทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ความหลงใหล และ ผลักดันมันไปสู่การแก้ปัญหา

การตัดสินใจก้าวไปสู่ก้าวสำคัญนี้มันทำให้ผมยิ่งมั่นใจตอนพวกเขากำลังจะจบการศึกษาจาก Harvard พวกเขามีโอกาสที่จะได้ทำงานในที่ดีๆ มากมายแต่พวกเขาเลือกที่จะเสี่ยงและอยากเปลี่ยนความฝันให้เป็นจริงทำให้ผมคิดว่าพวกเขาเป็นคนประเภทที่ผมอยากทำงานร่วมด้วยจริงๆนั่นแหละครับ

ช่วงเวลาไหนที่คุณชื่นชอบหรือท้าทายมากที่สุด

ช่วงเวลาที่ท้าทายมากที่สุดเลย คือ ตอนที่จู่ๆหน่วยงานกำกับดูแลขอให้เราหยุดกิจการแล้วยื่นขอใบอนุญาตตามกฎระเบียบใหม่
เวลาที่คาดการณ์สำหรับการดำเนินขอใบอนุญาต คือเกือบหกเดือนเลยครับ ณ ตอนนั้นกำไรยังน้อยและเราอยู่ในช่วงระดมทุน ความเสี่ยงเลยสูงมาก ต้องขอขอบคุณบริษัทอย่าง Sequoia ที่ร่วมลงทุนอยู่กับเราและไม่ได้ถอนตัวไปไหน ทำให้เราเป็นบริษัทฟินเทคผู้ให้กู้ Series A ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แปดปีที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็วเรามีช่วงเวลาสำคัญและได้ประสบความสำเร็จมากมายมันเลยยากที่จะบอกว่าเหตุการณ์ไหนที่ผมชอบมากที่สุด แต่อันที่จะไม่ลืมเลย ก็คือตอนที่มีผู้ขอกู้รายแรก ตอนที่เราระดมทุนก้อนใหญ่ได้ครั้งแรกตอนที่เราได้ก้าวข้ามหนึ่งร้อยล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก ตอนที่ได้ให้เงินทุนหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐครบครั้งแรกและก็ตอนที่ไทยสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกครับ

ต่อมาเราหลังได้รับใบอนุญาต เราก็เจอโจทย์ใหญ่คือ การระบาดของโควิท 19 และปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามันเป็นความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยล่ะครับการตัดสินใจแบบเชิงรุกและเร็ว ควบคู่ไปกับจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และความเสี่ยงนั้นทำให้เราสามารถรับมือได้ดี แม้ว่าจะเจอการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม

ผมมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมงาน (ซึ่งหลายคนเป็นเพื่อนกันแล้ว)เราได้เล่นเกม ได้สังสรรค์ ไปเที่ยวนอกสถานที่ด้วยกันและได้พูดคุยถึงอาหารมื้อเที่ยงและกาแฟเป็นประจำผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำและทีมงานที่เก่งจากทุกคนทำให้ช่วงเวลาที่ยากกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานหนึ่งสิ่งที่ตราตรึงใจผมสุดๆ คือ ทีมได้บัญญัติคำใหม่ว่า WWVD ย่อมาจาก ‘What Would Vikas Do’ ซึ่งเกิดขึ้นจากที่ เวลาพวกเขาเจอกับปัญหาแล้วมีคำถามในใจว่าถ้าพวกเขาเป็นผม เขาจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

คุณเจอความแตกต่างหรือความท้าทายอะไรบ้างตอนคุณย้ายจากองค์กรมาที่สตาร์ทอัพ

ประสบการณ์แตกต่างกันเลยล่ะ เนื่องจากเรื่องทรัพยากรและงบประมาณที่มันมีจำกัด
สมัยก่อนผมต้องไปทำที่ออฟฟิศตลอด (เรื่องปกติก่อนโควิท 19) และสำนักงานของบริษัทที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบคันอย่างที่ผมเคยทำก่อน
ในขณะที่ Kelvin และ Reynold ยังคงมีเรียนอีกหนึ่งปีก่อนที่จะกลับมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกอย่างมันเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ ผมยังต้องลงมือปฏิบัติจริงอย่างเต็มที่ พร้อมกันกับการละทิ้งนิสัยบางอย่างขององค์กรใหญ่ๆไป


การทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัพ มันไม่มีแบบเวลาสวยหรูอะไรหรอก เราจะรอให้สมบูรณ์แบบหรือคอยเฟ้นหาความคิดเห็นอยู่อย่างงั้นไม่ได้หรอก
มันเป็นเรื่องปกติเลยที่คุณจะเปิดตัวสินค้าใหม่ที่พร้อมแล้วเพียง 80% และดูว่าอะไรได้ผลอะไรไม่ได้ผลบ้างไปพร้อมๆกับการปรับปรุงให้ดีขึ้น
มันขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณตัวคุณเอง จงเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลุยมันซะ

คำแนะนำหรือบทเรียนอะไรที่คุณอยากจะส่งต่อให้ทีมของคุณหรือผู้นำคนต่อไป

แม้ว่าเงินจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะตอบสนองความต้องการคุณได้ แต่มากกว่านั้นคือ การมุ่งมั่นที่จะได้บทบาทตำแหน่งที่จะเป็นประโยชน์ไปนานๆ เมื่อคุณสามารถทำผลงานได้ดี เงินก็จะตามมาเอง คนที่เปลี่ยนงานบ่อยๆ เพื่อเงิน อาจจะได้งานที่ดีกว่าในระยะสั้น แต่ในระยะยาว พวกเขาอดได้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จ

คุณรักอะไรใน FSMK

นอกเหนือจากการทำงานอย่างรวดเร็วแล้ว ผมรักโอกาสที่เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จุดมุ่งหมายของพวกเราคือการได้สนับสนุน SME ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมี SME อีกจำนวนมากเลยครับ ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจได้ ทั้งๆที่พวกเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ หรือส่งเสริมเศรษฐกิจในอีกแง่นึง คือพวกเราได้ตอบแทนสังคมด้วยการสนับสนุนทางการเงินให้กับธุรกิจเหล่านี้ครับ

และผมเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ มีความสามารถ และมีความร่วมมือในการแก้ปัญหากันตลอดเวลา เมื่อลองเทียบกับวิธีการแบบเดิมๆแล้ว ที่นี่มีความเทคโนโลยีสูงกว่า ใช้ข้อมูลเชิงลึกกันซะมากกว่าครับ

คุณจินตนาการถึง FSMK ในอุตสาหากรรมที่พัฒนาไปข้างหน้าอีก 5 ปีอย่างไรและคุณคาดหวังว่าองค์กรจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

ด้วยช่องว่างทางการเงินมากกว่า 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างจำกัดธุรกิจ SME จึงต้องได้รับการช่วยเหลือครับ พวกเราได้รับการพิจารณาการเป็นผู้นำด้านการเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เรายังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ตามแผนแล้วเราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นวัตกรรมใหม่ ซึ่งครอบคลุมทุกด้านของการเงิน การชำระสินค้า การเรียกเก็บเงินตลอดจนการขยายสาขาไปภูมิภาคอื่นFSMK จึงพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางการเงินแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ SMEในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณค่าของคุณทั้งในด้านชีวิตส่วนตัวและด้านการงานอาชีพคืออะไร

ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านอาชีพการงานหรือชีวิตส่วนตัว ความซื่อสัตย์และความเป็นเจ้าของร่วมเป็นสิ่งที่สำคัญต่อทุกการกระทำของผมครับ การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตามครับ ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผมครับ

คุณคิดว่าการกระทำอะไรที่ถือว่าดีสำหรับ FSMK? คุณหวังว่าจะเป็นที่จดจำได้อย่างไร?

ง่ายๆเลยครับ แค่ตามค่านิยม GETFS เลยครับ ใช่เลยในค่านิยมนี้ ‘Focus on Impact’ ก็จะเด่นสุดในทุกๆการกระทำ เราต้องถามตัวเองว่าสิ่งนี้จะพลิกสถานการณ์ได้รึเปล่าถ้ามันไม่ได้สร้างความแตกต่างเลย เราก็จะเดินเป็นวงกลมอยู่อย่างงั้นครับ

สิ่งที่ผมยึดถือ ผมมุ่งมั่นที่จะเป็นคนแก้ปัญหาครับ ขับเคลื่อนFMSKให้โตผมอยากเป็นคนที่ถูกจดจำในฐานะคนที่ไม่ใช่แค่คนที่มาเปลี่ยนแปลงเท่านั้นแต่เป็นคนสร้างความแตกต่างให้

“พวกเรารู้สึกปราบปลื้มที่คุณ Vikas เป็นสมาชิกคนแรกของ FSMK สิ่งที่ทำให้เขาพิเศษคือ แรงผลักดันของเขาที่อยากพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ และมากขึ้นเสมอด้วย การได้มีคุณ Vikus เป็นส่วนนึงในประเทศไทยเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จ และเขาได้ทำงานอย่างดีเยี่ยม นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งและการได้เห็นความก้าวหน้าของเขาทำให้ผมภูมิใจ” Reynold Wijaya ผู้ร่วมก่อตั้งกล่าว

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading