วาณิชธนกิจ 101: วิธีใช้บริการต่าง ๆ

วาณิชธนกิจ 101: วิธีใช้บริการต่าง ๆ

ธุรกิจวาณิชธนกิจ หรือ Investment Bank คือสถาบันทางการเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมการเงินที่มีความซับซ้อนและความเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก  สถาบันทางการเงินเหล่านี้ทำหน้าที่ช่วยเหลือบริษัทใหม่ ๆ ในการเข้าถึงตลาดทุน ระหว่างการเตรียมเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ของบริษัท หรือการควบรวมกิจการกับบริษัทอื่น

เนื่องจากธุรกิจวาณิชธนกิจมีความเกี่ยวข้องกับการนำบริษัทต่าง ๆ ออกสู่สาธารณะ ธุรกิจวาณิชธนกิจอาจให้บริการโบรกเกอร์ (brokerage) แก่องค์กรและผู้บริโภค  หากพูดง่าย ๆ ก็คือ ธุรกิจวาณิชธนกิจจะช่วยเหลือบริษัทต่าง ๆ ในการระดมทุนเพื่อการขยายกิจการหรือตอบรับความต้องการทางธุรกิจอื่น ๆ

 

วาณิชธนกิจ หรือ investment banking คืออะไร? 

ธุรกิจวาณิชธนกิจ เป็นสถาบันทางการเงินที่ให้บริการให้คำปรึกษาด้านการระดมทุน  (การรับประกันภัย)  และการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) แก่บริษัท สถาบัน หรือแม้แต่รัฐบาล  ธุรกิจวาณิชธนกิจมีความแตกต่างจากแผนกวาณิชธนากรหรือ Investment Banking Division (IBD) ของธนาคารทั่วไป

ในขณะที่ IBD ส่วนใหญ่ให้บริการเฉพาะบริการด้านการรับประกันภัยและการควบรวมกิจการ ธุรกิจวาณิชธนกิจจะมีความซับซ้อนกว่ามาก โดยจะทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ระหว่างบริษัทและนักลงทุน และยังช่วยจัดการด้านเอกสารและขั้นตอนการลงทะเบียน

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าบริษัท Carsome กำลังมองหาช่องทางการขยายธุรกิจสู่ประเทศเวียดนาม ธุรกิจวาณิชธนกิจจะแนะนำประเภทของเงินทุนที่ควรระดมให้แก่ Carsome และช่วยหานักลงทุนในเวลาต่อมา  หากบริษัท Carsome เลือกที่จะการซื้อกิจการบริษัทในเวียดนาม ธุรกิจวาณิชธนกิจก็จะประเมินบริษัทที่เหมาะสมให้แก่บริษัท Carsome

 

ธุรกิจวาณิชธนกิจเป็นธนาคารพาณิชย์หรือไม่?  

ในทางเทคนิค “ใช่” แต่ในบางแง่ก็ “ไม่ใช่”  โดยปกติธนาคารพาณิชย์จะเน้นที่บุคคล แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจวาณิชธนกิจจะให้บริการเฉพาะบุคคลที่ถือว่าเป็น HWNI  (high-net-worth individuals) หรือบุคคลที่มีรายได้สูง

โดยทั่วไป ธุรกิจวาณิชธนกิจมักจะเน้นการให้บริการทางการเงินแก่บริษัทต่าง ๆ

 

ธุรกิจวาณิชธนกิจทำอะไรบ้าง? 

ธุรกิจวาณิชธนกิจบางแห่งอนุญาตให้ผู้บริโภคสร้างบัญชีซื้อขายเพื่อซื้อหุ้น  ฝ่ายวิจัยของธุรกิจวาณิชธนกิจจะนำเสนอคำแนะนำและการวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นและอุตสาหกรรมต่าง ๆ  นักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนและตัดสินใจอย่างชาญฉลาด  นักลงทุนสายเทคนิคสามารถใช้เครื่องมือกราฟหุ้นบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย  เครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับนักลงทุนในหุ้นและนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญ  โดยปกติธุรกิจวาณิชธนกิจจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วนประกอบด้วย

  1. Front Office หรือ ส่วนที่ติดต่อกับลูกค้า

Front Office โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการติดต่อโดยตรงกับลูกค้า เช่น บริการด้านวาณิชธนกิจ การวิจัยหุ้นและสินเชื่อ และการรายงานตลาดทุนทั่วโลก (โดยนักวิเคราะห์ตลาดทุนมืออาชีพ)  บางธนาคารยังจัดให้มีการจัดการความมั่งคั่งส่วนตัวสำหรับ HNWI (บุคคลที่มีรายได้สูง)

  1. Middle Office หรือ ส่วนกลาง 

Middle Office ทำหน้าที่การจัดการความเสี่ยง และกำหนดผลกำไรและขาดทุนทางธุรกรรมของลูกค้ามืออาชีพ เช่น บริษัทประกันภัยและฝ่ายการเงินของรัฐบาล  นอกจากนี้ ยังช่วยตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ ของรัฐบาล

  1. Back Office หรือ ส่วนปฏิบัติการ

Back Office จัดการด้านการปฏิบัติการและเทคโนโลยี  พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่ใช้นั้นล้ำหน้าและสามารถใช้งานได้จริง  Back Office ของธุรกิจวาณิชธนกิจที่บุกเบิกยังดูแลด้านนวัตกรรมในปัญญาประดิษฐ์ โดยพวกเขาพัฒนาอัลกอริธึมใหม่สำหรับการเทรด

นอกจากด้านเทคโนโลยีแล้ว งานของฝ่าย Back Office ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลประสิทธิภาพของระบบธนาคารอีกด้วย  พวกเขาจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกรรมทั้งหมดเป็นไปอย่างราบเรื่อน และว่าระบบซื้อขายหลักทรัพย์แม่นยำและมีราคาที่ถูกต้อง   โดยรวมแล้ว Back Office จะเกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจวาณิชธนกิจ

 

ในขณะที่หัวใจสำคัญของธุรกิจวาณิชธนกิจคือการช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ออกสู่สาธารณะหรือควบรวมกิจการ และให้บริการปรึกษาแก่องค์กร ธุรกิจวาณิชธนกิจบางแห่งก็อนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยใช้แพลตฟอร์มและความรู้เชี่ยวชาญเดียวกัน บริการของธุรกิจวาณิชธนกิจทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองฝ่าย


 

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading