ผู้หญิงเจ้าของธุรกิจดีใจที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย

ตอบ 5 คำถามที่คนสงสัยเกี่ยวกับสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย

ถามมา-ตอบไป คลายสงสัยเกี่ยวกับ “สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย

ถ้าธุรกิจรายย่อย หรือ SME คือรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยก็คงเปรียบเสมือนน้ำมันที่จะช่วยขับเคลื่อนหล่อเลี้ยงให้ธุรกิจสามารถเคลื่อนที่ไปได้ ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์เพื่อการต่อขยายกิจการ ซื้ออุปกรณ์ใหม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินก็ตาม ทว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขอสินเชื่อประเภทนี้ ไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์ธุรกิจมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จึงจะมาเป็นตัวช่วย ตอบ 5 ข้อคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ติดตามเลย

1. สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยคืออะไร และแตกต่างจากสินเชื่อธุรกิจทั่วไปอย่างไร ?

สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย เป็นบริการทางการเงินที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ที่เข้าถึงสินเชื่อธุรกิจแบบดั้งเดิมได้ยาก โดยสินเชื่อประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากสินเชื่อธุรกิจทั่วไป ดังนี้

  1. วงเงิน : สินเชื่อประกอบธุรกิจรายย่อยมักมีวงเงินตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจทั่วไปอาจมีวงเงินสูงถึงหลายล้านบาท
  2. ระยะเวลาผ่อนชำระสั้น : มักมีระยะเวลาผ่อนชำระตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งสั้นกว่าสินเชื่อธุรกิจทั่วไปที่อาจมีระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 5-10 ปี
  3. เงื่อนไขการอนุมัติที่ยืดหยุ่นกว่า : โดยทั่วไปสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยจะมีเกณฑ์การพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่า เช่น อาจไม่ต้องใช้หลักประกัน แต่เน้นพิจารณาจากศักยภาพของธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้
  4. อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า : เนื่องจากปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจ SME ย่อมมีความเสี่ยงที่มากกว่า รวมถึงมีต้นทุนการบริหารจัดการต่อสัญญาที่สูง ดังนั้น สินเชื่อประกอบธุรกิจรายย่อยมักมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อธุรกิจทั่วไป
  5. การให้คำปรึกษาและการสนับสนุน : ส่วนใหญ่แล้วผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยจะมีโปรแกรมให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้กู้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ

2. ใครบ้างที่สามารถขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยได้ ?

การขอสินเชื่อประกอบธุรกิจรายย่อยนั้น สามารถทำได้โดยเจ้าของธุรกิจที่มีประวัติการดำเนินงานและการเงินที่ดี อย่างไรก็ตาม มีบางเงื่อนไขที่สถาบันการเงินมักจะพิจารณา เช่น

  • ประวัติเครดิตของผู้ขอสินเชื่อ : สถาบันการเงินจะตรวจสอบคะแนนเครดิตของผู้ขอสินเชื่อ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยกู้
  • ประวัติการดำเนินงานของธุรกิจ : ธุรกิจที่มีประวัติการดำเนินงานมานานมีแนวโน้มที่จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่สำหรับธุรกิจใหม่ สถาบันการเงินอาจขอแผนธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความน่าเชื่อถือ
  • ความสามารถในการชำระหนี้ : สถาบันการเงินจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ รวมถึงกระแสเงินสดรายเดือน และรายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต

3. ขั้นตอนการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยมีอะไรบ้าง ?

การขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ 

  • การเตรียมเอกสาร
      • เอกสารแสดงตัวตน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
      • เอกสารทางธุรกิจ เช่น ใบจดทะเบียนพาณิชย์ หรือใบอนุญาตประกอบกิจการ
      • เอกสารทางการเงิน เช่น งบการเงิน รายงานภาษี หรือสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
      • แผนธุรกิจหรือเอกสารแสดงวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ
  • การประเมินความต้องการ
      • ระบุจำนวนเงินที่ต้องการกู้
      • กำหนดระยะเวลาที่ต้องการผ่อนชำระ
      • พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง
  • การเลือกสถาบันการเงิน
      • เปรียบเทียบข้อเสนอจากสถาบันการเงินต่าง ๆ
      • พิจารณาอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข และบริการเสริมที่แต่ละสถาบันเสนอ
  • การยื่นคำขอ
      • กรอกแบบฟอร์มคำขอสินเชื่อ
      • ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมด
  • การประเมินจากสถาบันการเงิน
    • สถาบันการเงินจะตรวจสอบเอกสารและข้อมูลที่ได้รับ
    • พิจารณาความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการอนุมัติสินเชื่อ

หลังจากนั้น สถาบันการเงินจะแจ้งผลการพิจารณา หากได้รับอนุมัติ ก็จะมีการลงนามในสัญญาและรับเงินกู้ต่อไป

เจ้าของร้านกาแฟสามารถขยายธุรกิจได้เพราะสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย

4. นอกจากเงินต้นแล้ว มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ผู้ขอสินเชื่อต้องคำนึงถึง ?

ในการสินเชื่อประกอบธุรกิจรายย่อย ผู้ประกอบการต้องพึงระลึกไว้เสมอว่านอกจากเงินต้นแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องชำระคืนด้วย เช่น

  • อัตราดอกเบี้ย
      • อัตราเป็นไปตามที่ตกลงกับทางสถาบันการเงิน โดยอาจเป็นอัตราคงที่หรืออัตราลอยตัวก็ได้ ซึ่งมีผลต่อจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด
      • ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลาย ๆ สถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ
      • เป็นค่าใช้จ่ายที่สถาบันการเงินเรียกเก็บสำหรับการดำเนินการจัดสินเชื่อ
      • อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ หรือเป็นจำนวนเงินคงที่
      • บางครั้งอาจเรียกว่า ค่าธรรมเนียมการอนุมัติ หรือค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้
  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า
    • เป็นค่าปรับที่เกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถชำระเงินตามกำหนด
    • มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดค้างชำระ หรือเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อครั้ง
    • ควรทำความเข้าใจเงื่อนไขการชำระเงินและพยายามชำระตรงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายนี้

ด้วยเหตุนี้ ผู้ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยควรศึกษาและสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากสถาบันการเงินให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ เพื่อวางแผนการเงินได้อย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

5. มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการใช้สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ?

แม้ว่าสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรตระหนักและระมัดระวังอย่างยิ่ง ดังนี้

  • ระวังการกู้เงินเพื่อชำระหนี้เก่า
      • การนำเงินกู้ใหม่มาชำระหนี้เก่าอาจนำไปสู่วงจรหนี้ที่ยากจะหลุดพ้น
      • ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ปรับปรุงการบริหารการเงินของธุรกิจ แทนที่จะพึ่งพาการกู้ยืมเพิ่ม
  • การประเมินความเสี่ยงของธุรกิจ
    • ควรวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดและแนวโน้มธุรกิจอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจกู้
    • พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว โดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่อาจไม่เป็นไปตามแผน
    • ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
  • การใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์
      • การนำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ใช้จ่ายส่วนตัว อาจส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้
  • การขาดการวางแผนชำระหนี้
      • ต้องมีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงรายรับและรายจ่ายของธุรกิจ
      • จัดทำงบประมาณและกำหนดเงินสำรองสำหรับการชำระหนี้ในแต่ละงวด
      • หากพบว่าอาจมีปัญหาในการชำระหนี้ ควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อหาทางแก้ไขล่วงหน้า
  • การแยกบัญชีส่วนตัวและธุรกิจ
    • ต้องแยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจออกจากกัน เพราะหากไม่แยกอาจทำให้ยากต่อการติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจและการบริหารเงินกู้
    • อาจส่งผลเสียต่อการขอสินเชื่อในอนาคต หากไม่สามารถแสดงผลประกอบการที่ชัดเจนได้

Funding Societies พร้อมช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการรายย่อย

ผู้ประกอบการรายย่อยท่านใดที่มองเห็นโอกาสในการขยับขยายธุรกิจ แต่ขาดเงินทุน ขอแนะนำ “สินเชื่อระยะสั้นสำหรับธุรกิจ SME” จาก Funding Societies สินเชื่อผู้ประกอบการ SME ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจยุคดิจิทัล พร้อมตอบโจทย์ทั้งการขยายกิจการ เพิ่มสภาพคล่อง หรือใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อ มีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 24 เดือน กรอกใบสมัครเพื่อขอเงินทุนในเว็บไซต์ได้เลย

ข้อมูลอ้างอิง

  1. What are small business loans and how do they work ?. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 จาก https://www.bankrate.com/loans/small-business/how-do-small-business-loans-work/

 


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Discover more from Funding Societies Thailand Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading